ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
สมัครสมาชิกคลับ!! | กฏกติกามารยาท | กฏระเบียบห้องซื้อขาย-ร้านค้า
ช่องทางสำรองในการติดต่อสื่อสาร เฟสกลุ่ม อย่าลืมแอ๊ดกันไว้ด้วยนะครับ >> http://www.facebook.com/groups/NewFortunerClubThailand/ประกาศ!! แจ้งเปลี่ยนแปลงวิธีการโพสตั้งกระทู้ใหม่
สมาชิกใหม่ต้องทำการตอบกระทู้ หรือคอมเม้นท์ให้ครบ 3 โพสก่อน จึงจะเริ่มตั้งกระทู้ใหม่ได้


สั่งซื้อสติ๊กเกอร์ NewFortunerClubThailand พร้อมหมายเลข NFC ได้ที่นี่!!

ผู้เขียน หัวข้อ: ประกันภัยรถยนต์ ผ่อนสบายๆ 0% เลือกบริษัทเองได้ตามใจชอบ ของแถมเพียบ!  (อ่าน 16355 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 8649
  • กระทู้: 4
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพ
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม

เลือกแบบไหนดีกว่า...ระหว่างต่อประกันภัยรถยนต์กับที่เดิม
โดยเริ่มจากการต่อประกันรถที่เดิม  หากเลือกต่อประกับกับบริษัทเดิม   อย่างเช่นในกรณีที่เคลมรถแล้วต้องซ่อมนั้น  ในกรณีที่เราเป็นฝ่ายผิดหรือในกรณีที่ไม่มีคู่กรณี  อาจจะต้องมอไปที่ความเสียหายหรือมูลค่าในการซ่อมจากการเคลมในแต่ละครั้งว่าทางบริษัทประกันรถจ่ายเงินค่าคุ้มครองมากน้อยแค่ไหน  หากเคลมเล็กน้อยหรือไม่มีการเคลมเลย  ทางบริษัทก็อาจจะให้เรามีประวัติดี  20 เปอร์เซ็น  โดยประวัติดีสามารถที่จะนำมาเป็นส่วนลดในส่วนของเบี้ยประกันได้  แต่ในกรณีที่ที่เคลมบ่อยและในแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายมาก  อาจจะทำให้เรานั้นเสียประวัติหรือประวัติไม่ดีได้  จึงทำให้ในครั้งต่อไปในการต่อประกันจึงทำให้เบี้ยประกันนั้นแพง    ส่วนในกรณีที่มีประวัติดี  แต่รถนั้นมีรอย  ซึ่งหากในปีแรกทำประกันรถไว้กับบริษัทแห่งหนึ่ง  ไม่มีเคลมหรือบางครั้งก็ไม่ได้แจ้งเคลมกับทางบริษัท เพราะอยากจะมีประวัติดี  ถ้าหากต่อประกันกับทางบริษัทเดิมจะได้ประวัติดี และหลังจากที่ต่อประกันแล้วฉบับใหม่ให้ความคุ้มครอง   เราก็สามารถที่จะเคลม หากทำเช่นนี้ก็กลายเป็นว่าปีที่ 2 เรามีเคลม ส่งผลทำให้เบี้ยปีที่ 3 เราอาจจะมีประวัติดีเพียง 20 เปอร์เซ็นหรือบางครั้งอาจจะไม่เหลือประวัติดีเลย    ส่วนใครที่มีประวัติดี  รถสภาพดีก็สามารถต่อประกันที่เดิมก็ได้หรือจะต่อประกันรถกับที่ใหม่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของเราและราคาของเบี้ย และข้อมูลอื่นๆ ที่จะสามารถนำมาประกอบการพิจารณาด้วย
แต่หากเลือกต่อประกันรถที่ใหม่ หรือบริษัทใหม่ เมื่อเราทำการเคลมประกันและซ่อมรถยนต์กับทางบริษัทประกันรถที่เดิมเป็นที่เรียบร้อย ก็อาจจะมองหาประกันที่ใหม่ได้เลย  โดยหลายๆ บริษัทในปัจจุบันให้ประวัติดีมาเลย 20  เปอร์เซ็นเพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้ลูกค้าทำประกันของตัวเอง  และหากภายในปีที่ 2 ไม่มีการเคลม มีประวัติดี   ก็สามารถต่อประกันปีที่ 3 จะกลายเป็นว่าได้รับ  30 เปอร์เซ็นส่งผลทำให้เบี้ยประกันที่ต้องจ่ายถูกลงกว่าเดิมครับ หากสงสัยติดต่อได้ที่ Line ID:Dissadol.s


สั่งซื้อสติ๊กเกอร์ NewFortunerClubThailand พร้อมหมายเลข NFC ได้ที่นี่!!

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 8649
  • กระทู้: 4
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพ
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
ทำประกันอย่างไรไม่ให้โดนเอาเปรียบ....

     ซึ่งเมื่อเกิดเหตุที่ไม่คาดฝันหลายๆเหตุการณ์หลายๆ ครั้ง   ด้วยความที่เจ้าของกรมธรรม์ที่มีความรู้แต่ก็ยังไม่เข้าใจในรายละเอียดของกรมธรรม์ประกันและเงื่อนไขต่างๆที่ทางผู้เอาประกันได้ตกลงทำไว้  ซึ่งด้วยเหตุนี้เองจึงอาจทำให้หลายคนถูกเอารัดเอาเปรียบ หรือเสียเปรียบจากทางบริษัทโดยที่ไม่รู้ตัวได้  เพราะฉะนั้นแล้วจึงจำเป็นที่ผู้เอาประกันจะต้องมีความรู้ มีสติ  ศึกษาให้รอบคอบก่อตัดสินใจในการเลือกซื้อประกันรถเป็นอย่างมาก ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันการถูกเอาเปรียบในภายหลังตามมา   
โดยสิ่งแรกที่จะต้องพิจารณาในการเลือกซื้อประกันรถ  ก็คือ  ลักษณะของประกันที่เราต้องการทำ ว่าเราต้องการกรมธรรม์แบบไหน  ให้ความคุ้มครองในแบบใดบ้างแล้วครอบคลุมมากน้อยแค่ไหน  และที่สำคัญที่สุด  เมื่อซื้อประกันไปแล้วสามารถที่จ่ายเบี้ยประกันได้ โดยที่ไม่ทำให้เกิดผลกระทบต่อการเงิน  เพราะการเลือกจ่ายเบี้ยประกัน จะต้องสามารถจ่ายได้ตามที่ได้ระบุเอาไว้ในกรมธรรม์ มิเช่นนั้นการทำประกันครั้งนี้อาจสูญเปล่า และเสียผลประโยชน์ไปโดยสิ้นเชิงก็ได้   
ต่อมาก็มาในการเลือกซื้อประกันรถที่ดีนั้นจะต้องเป็นการเลือกซื้อประกันจากตัวแทน หรือนายหน้าขายประกันที่มีใบอนุญาตอย่างชัดเจน ที่สำคัญจะต้องเป็นตัวแทนและนายหน้าที่สามารถให้ความรู้ในเรื่องของประกันภัยได้อย่างละเอียดและถูกต้อง  และโดยบางครั้งอาจจะตรวจสอบความถูกต้องได้ด้วยตนเองผ่านบริษัทประกันอีกครั้งหนึ่งก็ได้ เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจ หากต้องการสอบถามเพิ่มเติม ติดต่อผมโดยตรงได้ที่ Id Line :Dissadol.s

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 8649
  • กระทู้: 4
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพ
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
สิ่งที่ควรจำของประกันภัยรถยนต์ 07 Hi
1.กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์จะสามารถใช้ได้ทันทีหลังชำระค่าเบี้ยประกันรถยนต์และต้องเก็บใบเสร็จไว้
2.กรณีแจ้งเคลมต้องรู้ในส่วนของค่าเสียหายส่วนแรกหรือค่าEXCESS(เอ็กเซส)ที่ประกันจะคิดเป็นเหตุการณ์ๆละ1,000บาท
3.ค่าอะไหล่ที่เกิดจากการซ่อม  เราสามรถเบิกเงินไปหาซื้อเองได้แต่ต้องไม่เกินตามที่ประกันประเมิน
4.หากเกิดเหตุการณ์แล้วเป็นฝ่ายถูกและมีการจัดซ่อมนานเราสามารถเรียกร้องค่าขาดประโยชณ์จากการใช้รถได้จากสินไหมของประกันคู่กรณี
5ถ้าเกิดเหตุแล้วเป็นฝ่ายผิด ไม่ควรที่จะหนีแต่ควรลงไปช่วยดูว่ามีผู้บาดเจ็บหรือไม่  ถ้ามีควรที่จะช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่ประดูแลไห้ดีที่สุด
6.ถ้ายังไม่แน่ใจฝ่ายถูกผิดก้ยังไม่ควรที่จะเซ็นต์ชื่อใดๆ หรือ หาฝ่ายผิดไม่ได้ ก้ควรที่จะแจ้งความลงบันทึกประจำวัน  ท้ายังไม่ยอมกันก้ต้อง
มีการขึ้นศาลเพื่อให้ศาลตัดสิน
หากท่านใดมีข้อสลสัยติดต่อได้ที่ Line ID:Dissadol.s

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 8649
  • กระทู้: 4
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพ
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
เราจะมาพูดถึงเรื่องข้อควรระวังในการใช้ประกันชั้น 3+ กันนะครับ ประกัน3+จะคุ้มครองเหมือน3ธรรมดา แต่จะเพิ่มความคุ้มครองในส่วนของรถประกันด้วยในกรณีที่เกิดเหตุชนกับรถด้วยกัน กล่าวคือซ่อมเค้าซ่อมเราอย่างที่เคยได้ยินครับ ซึ่งปกติแล้วประกันประเภทนี้ทาง คปภ. กำหนดไว้ว่าจะต้องมีค่าเสียหายส่วนแรก(Deductible) 2,000บาท แต่จะมีบางแพคเกจของประกันที่จะไม่เก็บส่วนนี้ของลูกค้า(แต่อาจจะมีติดหน้าตารางกรมธรรม์) ต้องสอบถามกับทางตัวแทนให้ดีก่อนว่าต้องเสียส่วนนี้หรือไม่ อีกข้อควรระวังคือ อย่าลืมว่าเราเคลมรถเราได้เฉพาะเราไปชนกับรถด้วยกันเท่านั้น ชนอย่างอื่นมีความเสียหายเค้าจะเคลมทรัพย์สินอื่นที่เสียหายให้แต่รถเราเราต้องซ่อมเองนะครับ และอีกเรื่อง คือเรื่องทุนประกัน ถ้าเราเลือกทุนไว้น้อยหากค่าจัดซ่อมเกิดทุนประกัน ประกันก้จะจ่า่ยแค่ที่รับประกันครับ ส่วนต่างจะต้องเป็นหน้าที่ของเราหรือ ถ้าเราโดนชนเป็นฝ่ายถูกก็ไปตามเรียกร้องกับทางคู่กรณีเอา หากต้องการสอบถามเพิ่มเติม ติดต่อผมโดยตรงได้ที่ Id Line :Dissadol.s

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 8649
  • กระทู้: 4
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพ
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
ทำไม.....ต้องร่วมรับผิดชอบต่อส่วนเสื่อมสภาพหรือส่วนสึกหรอกับทางบริษัทประกัน
เนื่องจากกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ที่เราซื้อ ส่วนใหญ่แล้วจะไม่ได้คุ้มครองการเสื่อมสภาพและการสึกหรอจากการใช้งานอย่างไรก็ตามยังมีรายละเอียดและข้อยกเว้นที่แต่ละบริษัทนั้นได้ระบุเอาไว้  ทั้งนี้ ทางประกันจะไม่รับผิดชอบก็คือ  ส่วนประกอบที่เป็นน้ำมันหล่อลื่นต่างๆ   อาทิเช่น น้ำมันเครื่อง บริษัทประกันภัยรถยนต์จะไม่สามารถรับผิดชอบได้  แต่หากเป็นยางรถยนต์หรือชิ้นส่วนที่มีการเสื่อมสภาพ ผู้เอาประกันจะต้องมีส่วนรวมในการเคลม 50% กับทางประกัน แต่หาก จะเคลมยางเนื้องจากเกิดอุบติเหตุ อันนี้ต้องให้ประกันพิสูจน์ว่าเกิดจาดอะไร หากไมไ่ด้เกิดจากการเสื่อม ประกันจะรับผิดชอบ ในสวนของการเคลม ทางลูกค้าไม่ต้องมีส่วนร่วมกับทางประกันครับ
หากท่านใดมีข้อสงสัย Line ID:Dissadol.s

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 8649
  • กระทู้: 4
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพ
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
ถ้าเราติดตั้งแก๊สประกันจะคุ้มครองมั๊ยน๊า
     คือเป็นอย่างนี้นะครับ ประกันที่จะคุ้มครองเหตุการณ์ไฟไหม้จะมีประกันชั้น 1กับ2+ หลักการการเคลมจะเหมือนกัน คือ ถ้าเราติดตั้งแก๊สแต่ไม่ได้แจ้งประกันไว้หากเกิดไฟไหม้ ประกันก็จะคุ้มครองความเสียหายทั้งคันรถยกเว้นชุดอุปกรณ์ติดตั้งแก๊ส เพราะเค้าจะไม่รับทราบถึงอุปกรณ์เพิ่มเติมส่วนนี้ แล้วถ้าเราแจ้งล่ะ ประกันก็จะคุ้มครองอุปกรณ์แก๊สด้วย รวมในทุนประกัน หลักการนี้จะใช้ได้กับอุปกรณ์ตกแต่งทั่วไปด้วย กล่าวคือ ถ้าเราทำประกันแล้ว ณ วันที่ทำอาจจะไม่ได้ติดตั้งอะไรเลย แต่วันนึงเราไปติดตั้งอะไรเพิ่มเติมเราต้องแจ้งประกันหรือตัวแทนที่เราทำประกันด้วยเพื่อให้ประกันทำการถ่ายรูปอุปกรณ์เพิ่มเติมด้วยเพื่อจะขยายความคุ้มครองในอุปกรณ์เหล่านี้ด้วย เรื่องนี้สำคัญมากครับ เพราะถ้าเราไม่แจ้งถึงเวลาเกิดเหตุประกันไม่คุ้มครองจริงๆนะครับ จะหาว่าเค้าใจร้ายไม่ได้ หากมีข้อมูลสอบถามเพิ่มเติมติดต่อผมได้โดยตรงที่ Id Line :Dissadol.s

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 8649
  • กระทู้: 4
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพ
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
รู้หรือไม่..จอดรถบนทางด่วนไม่มีเหตุอันควร ผิดกฏหมาย 09 Cry
ซึ่งเป็นกฎหมายเกี่ยวกับระเบียบการจราจรในทางพิเศษ พ.ศ. 2555 ซึ่งก็ได้มีการกล่าวระบุไว้ชัดเจนว่าห้ามบุคคลใดหยุดรถหรือจอดรถบนทางด่วนพิเศษฝ่าฝืนนั้นจะมีโทษปรับเป็นจำนวนเงินไม่เกิน 1,000 บาท ใครที่จอดรถและมีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลอยู่ในเขตนั้นพบเห็นก็สามารถออกใบสั่งและให้จ่ายค่าปรับได้ทันทีเพราะว่าเป็นการทำผิดกฎหมายจราจร  แต่ทั้งนี้ก็จะมีกรณียกเว้น เช่นเกิดอุบัติเหตุหรือรถยนต์มีความเสียหายขัดข้องไม่สามารถขับเคลื่อนไปต่อได้ น้ำมันหมด หรือจอดในที่ที่เจ้าหน้าที่จัดเตรียมไว้ให้เช่นที่จอดส่งผู้โดยสารตรงบริเวณที่มีบันไดทางลงไปด้านล่างแบบนี้ก็ยกเว้น  แต่กรณีอื่นๆนั้นที่จอดรถโดยพละการทั้งที่รถยังวิ่งไปต่อไปได้นั้นถือเป็นเรื่องผิดกฎหมายฉะนั้นแล้วกฎหมายสำหรับการใช้ถนนทางด่วนพิเศษหรือจะเป็นสายอื่นๆเราก็ควรจะรู้เอาไว้ หากสงสัยติดต่อได้ที่ Line ID:Dissadol.s

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 8649
  • กระทู้: 4
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพ
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
นอกจากเรื่องประกันนแล้ว วันนี้ขอเสนอเกี่ยวกับการดูแลรักษารถด้วย
การแกะสติ้กเกอร์ไม่ให้ทิ้งคราบไว้ อุปกรณง่ายๆหาได้ทุกบ้านครับ เราใช้ไดร์เป่าผมเป่าไปที่ตัวสติ้กเกอร์ก่อนที่จะทำการลอกออกมา ความร้อนจะทำให้กาวละลายแล้วเราก็ใช้บัตรแข็งในการค่อยๆขูดกาวออก อาจจะใช้เวลาซักหน่อย แต่เราจะได้รถที่เนียนสมใจแน่นอนครับ หลังจากนั้นเราก็มาทำความสะอาดกันแค่เพียงทำตามนี้
•   ขั้นที่ 1 ให้ไปหาซื้อน้ำมันอเนกประสงค์มา จะเป็นรุ่นอะไรก็ได้แต่อ่านส่วนผสมให้ดีบางตัวอาจจะรุนแรงต่อสีรถ
•   ขั้นที่ 2 ทำการฉีดพ่นน้ำมันอเนกประสงค์ลงไปที่บริเวณที่กาวนั้นติดรถอยู่ ฉีดลงไปให้ชุ่ม
•   ขั้นที่ 3 ทำการเช็ดออกด้วยผ้านาโนนุ่มๆอย่างเบามือ
•   ขั้นที่ 4 เมื่อเช็ดคราบกาวออกหมดแล้วให้ล้างรถทันที
           หากไม่สามารถหาน้ำมันอเนกประสงค์มาได้ก็สามารถที่จะใช้ น้ำมันพืช น้ำมันมะกอก หรือน้ำมันสน แทนกันก็ได้ และในการเช็ดไม่ควรและห้ามอย่างยิ่งที่จะใช้น้ำมันเบนซินหรือทินเนอร์ในการเช็ดคราบเพราะว่าทำให้รถนั้นสีถลอกหมดสวยได้ง่ายๆ ถ้าอยากจะให้คราบกาวหลุดออกและกลับมาเป็นสีรถเหมือนเดิมก็ต้องค่อยๆทำตามขั้นตอนให้ดี
หากมีข้อมูลสอบถามเพิ่มเติมติดต่อที่ Id Line :dissadol.s

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 8649
  • กระทู้: 4
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพ
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
หากซื้อรถมือสองแล้วแถมกรมธรรม์ แต่ชื่อ ผู้เอาประกันไม่ใช่ผู้ขับขี่ จะทำยังไงดี เพราะชื่อผู้เอากรมธรรม์เป็นของเจ้าของรถคนเก่า
จริงๆแล้วไม่ได้มีปัญหาแต่อย่างใดหากกรมธรรม์ทำแบบไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่ไว้ แต่จะมีปัญหาก้ตอนที่จะทำอะไรสักอย่างที่เกี่ยวกับรถแล้วมีการ
ออกค่าใช้จ่ายเองก่อนแล้วค่อยไปตั้งเบิกกับประกันเพราะประกันจะจ่ายให้กับชื่อผู้ที่อยู่ในหน้าตารางกรมธรรม์เท่านั้น ประกันไม่สามารถสั่ง
จ่ายให้กับบุคลอื่นได้เลย ทั้งหาก ซื้อรถมาแล้วอยากจะเปลี่ยนชื่อผู้เอาประกัน ทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้  ให้เจ้าของรถคนใหม่นำเอกสารให้บริษัทประกันกันภัยหลังจากมีการเปลี่ยนแปลงเจ้าของรถแล้ว คือ เอกสารสำเนาทะเบียนรถที่มีการการเปลี่ยนแปลงชื่อเจ้าของกรรมสิทธ์  จากนั้นทางบริษัทประกันภัยก็จะออกสลักหลักเปลี่ยนแปลงให้ ซึ่งในส่วนของการเปลี่ยนแปลงชื่อในกรมธรรม์ทางบริษัท ประกันภัยรถยนต์ ในครั้งนี้ทางเจ้าของรถคนใหม่จะต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใดในการดำเนินการ   ดังนั้นหากซื้อรถมือสองควรแจ้งให้ปนะกันทราบเรื่องการเปลี่ยนชื่อ
ผู้เอาประกันก่อนจะดีกว่าจะได้ไม่ต้องมีปัญหายุ่งยาก  หากท่านใดมีข้อสงสัยติดต่อได้ที่ Line ID:dissadol.s

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 8649
  • กระทู้: 4
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพ
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
เราจะมาพูดถึงเทคนิคการหาเบี้ยประกันในราคาที่ย่อมเยาว์กันครับ
หลักๆเลย เราต้องทำใจก่อนว่า ของถูกและดีมีไม่มาก ฉนั้นเราต้องพิจารณาดีๆ เป็นไปได้เราดูก่อนประกันหมดซัก1เดือนถึง2เดือนกำลังดีครับ ค่อยๆเลือกค่อยๆหา ดูทั้งตัวแทนและบริษัทที่เราจะไปทำประกันด้วย หลักๆแล้วเราอาจจะขอใบเสนอราคาจากที่นู้นที่นี่มาเพื่อพิจารณาก่อน เราเปรียบเทียบได้อยู่แล้ว ยังไงเสียอำนาจการตัดาินใจอยู่ที่เรา อาจจะเสิร์ทหาในอินเตอร์เน็ต อ่านในกระทู้ต่างๆเพื่อเช็คชื่อเสียงและชื่อเสีย ของบริษัทที่เราได้ใบราคามา แต่การได้เบี้ยประกันในราคาถูกมา อยากให้พิจารณาว่าตรงตามความต้องการของเราหรือเปล่า เช่น ถ้าเราต้องการรถซ่อมห้าง ห้องสอบถามให้แน่ใจว่าเบี้ยนี้ซ่อมห้างได้จริงหรือเปล่าและเข้าห้างที่เราสะดวกได้จริงมั๊ย และ เบี้ยประกันที่เราได้ใบเสนอมามีค่าเสียหายส่วนแรกหน้าตารางกรมธรรม์หรือเปล่า เพราะเบี้ยประกันถูกได้ด้วยการติดค่าเสียหายส่วนนี้ก็มีครับ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อได้โดยตรงที่ Id Line :Dissadol.s

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 8649
  • กระทู้: 4
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพ
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
จะทำไงได้บ้างหากเราต้องออกค่าจัดซ่อมก่อนหรือจัดซ่อมเอง
ทุกครั้งที่ทีการจัดซ่อม ไม่ว่าตัวเราหรือว่าอู่หรือศูนย์จะต้องมีการคุมราคาก่อน ว่าราคาเป้นที่พอใจทั้ง2ฝ่ายหรือไม่ระหว่างประกันกับผู้จัดซ่อม
หากเราสำรองออกไปก่อน หลังจากคุมราคาแล้ว และเราพอใจกับราคาที่ประกันเสนอให้เราก้จัดซ่อมได้เลยหรือหากผู้เอาประกันไม่ว่างไปตั้งเบิก ก้จะต้องใช้เอกสาร ดังต่อไปนี้ สำเนาบัตรประชาชนผู้เอาประกัน    สำเนาใบอนุญาตขับขี่ของผู้ขับขี่รถประกัน    หนังสือมอบอำนาจในการดำเนินการในกรณีที่ต้องการให้ผู้อื่นดำเนินการแทน    สำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ    สำเนาทะเบียนรถคันที่ทำประกันรถยนต์     สำเนากรมธรรม์ในกรณีที่คู่กรณีเป็นรถ    ภาพถ่ายของความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถ    ภาพถ่ายขณะที่ซ่อม   ภาพถ่ายซากอะไหล่  และภาพถ่ายหลังจากที่ทำการซ่อมเสร็จเรียบร้อย  เมื่อเตรียมเอกสารต่างๆเหล่าครบทั้งหมดแล้ว จากนั้นก็ให้ไปติดต่อที่สำนักงานหรือสาขาของบริษัทประกันภัยรถยนต์ ได้เลยค่ะ   
ในส่วนของช่วงระยะเวลาในการเบิกค่าใช้จ่ายคืนจากการบริษัทประกันภัยรถยนต์มีดังนี้  ในส่วนของค่าซ่อมหรือจ่ายคืนอู่นั้น  จะทำการจ่ายคืนภายในระยะเวลา 35 วัน   ส่วนค่าใช้จ่ายต่างๆที่จะทำการจ่ายคืนผู้เอาประกันหรือชื่อบุคคล และจะทำการจ่ายคืนภายในระยะเวลา 15 วันทำการ  ทั้งนี้ในกรณีในการจ่ายค่าซ่อมที่มีจำนวนเงินน้อยกว่า 5,000 บาท ทางผู้เอาประกันภัยรถยนต์หรือเจ้าของรถสามารถที่จะทำเบิกค่าซ่อมหรือค่าใช้จ่ายคืนเป็นเงินสดได้   หากท่านใดมีข้อสงสัยติดต่อกลับได้ที่ Line ID:Dissadol.s

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 8649
  • กระทู้: 4
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพ
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
ขอยกตัวอย่างเลยแล้วกันนะครับ สมมติว่าเราทำประกันชั้น1 แต่ตัวกันชนหน้ารถเรามีแผลอยู่แล้ว แผลนี้ประกันจะไม่คุ้มครองนะครับ จะจัดว่าเป็นความเสียหายก่อนความคุ้มครอง ถ้าอยากจะให้ประกันคุ้มครองให้เราจัดการซ่อมแผลนี้เองครับ แล้วเรียกให้ประกันเข้ามาถ่ายรูป เพื่อเป็นการยืนยันว่าเราเคลียตัวเองมาแล้วนะ แต่ถ้าเผอิญเราดันไปเกิดเหตุชนท้ายเค้าขึ้นมาก่อนจะซ่อมล่ะ ประกันก็จะจัดซ่อมให้นะครับ แต่เค้าจะเก็บค่าส่วนร่วมซ่อม50%ของค่าซ่อมอะไหล่ชิ้นนี้ นะครับ ถ้าต้องการสอบถามเพิ่มเติมติดต่อโดยตรงได้ที่ Id Line :Dissadol.S

ออนไลน์ chamois

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 817
  • กระทู้: 3
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กทม
  • ชื่อเล่น: ทิพ
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 8649
  • กระทู้: 4
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพ
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
ทำไมถึงต้อง..เช็คเบี้ยประกันภัยรถยนต์ Like
เชื่อหรือไม่ว่าการเช็คเบี้ยประกันภัยสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจ่ายเบี้ยประกันภัยรถยนต์ของเราได้  แต่ก็อย่างว่าจ่ายเบี้ยประกันภัยรถยนต์แต่ละครั้งน้ำตาแทบร่วงเพราะดูเหมือนว่ายิ่งต้องการความคุ้มครองมากเท่าไรเบี้ยประกันที่ต้องจ่ายก็ยิ่งสูงขึ้น เชื่อเถอะว่าการเช็คเบี้ยประกันจะสามารถทำให้เพื่อนๆสามารถลดเบี้ยประกันและไม่จ่ายค่าเบี้ยประกันที่สูงมากจนเกินไป  ส่วนตัวกำหนดตัวแปรที่เราเองจะต้องมีและรู้  ที่จะนำมาใช้ในการคำนวณเบี้ยประกันภัย ได้แก่
 1.  ประเภทหรือชั้นของการประกันภัยรถยนต์ที่เราต้องการ  สำหรับชั้นหรือประเภทที่ 1 – 3 เราจะต้องสังเกตพฤติกรรมการใช้รถของเราเอง
      ว่าใช้มากน้อยแค่ไหน  โอกาสในการเกิดอุบัติเหตุมีมากไหม
 2.  ให้ทำการระบุรวม พ.ร.บ. ในกรณีที่เราต้องการซื้อประกันภัยชั้นที่  1 - 3 พร้อม พ.ร.บ.
 3.  ให้ทำการระบุชื่อผู้ขับขี่   เนื่องจากประกันภัยประเภทที่ 1 สามารถระบุชื่อผู้ขับขี่และอายุได้  ซึ่งตัวชื่อและอายุจะเป็นตัวกำหนดเบี้ยประกัน
      ภัย และที่สำคัญการทำเช่นนี้จะทำให้ค่าเบี้ยประกันถูกลง
 4.  ทุนประกันภัย หรือ วงเงินความคุ้มครองที่ทางบริษัทประกันภัยจะชดใช้ให้ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ โดยในทางปฏิบัติทางบริษัทประกันภัย
      รถยนต์จะเป็นผู้กำหนดทุนประกันภัยให้แก่รถแต่ละคัน   นอกจากนี้แล้วก็ยังมีชนิดรถยนต์อีกด้วย
 5.  การรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรก คือวงเงินสูงสุดที่เราเองจะต้องรับผิดชอบในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ ซึ่งขอแนะนำเพื่อนว่าให้กำหนดค่าเสีย
      หายส่วนแรกให้มากที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้  แต่ก็ไม่ควรเกิน 5,000 บาท สำหรับการทำประกันภัยประเภทที่ 1 เพราะเงินจำนวนนี้จะ
      สามารถนำไปเป็นส่วนลดเบี้ยประกันภัยให้กับเราได้  และอีกหนึ่งสิ่งที่จะสามารถทำให้เบี้ยประกันลดลงได้ก็คือ ประวัติการประกันภัย
**ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการเช็คเบี้ยประกันสามารถทำให้เราลดเบี้ยประกันให้น้อยลงได้  ตอนนี้เพื่อนๆก็คงจะรู้คำตอบแล้วว่า ทำไมถึงต้อง เช็คเบี้ยประกันภัยรถยนต์ หากท่านใดมีข้อสงสัยติดต่อได้ที่ Line ID:Dissadol.s

ออฟไลน์ EasyCare

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 8649
  • กระทู้: 4
  • พลังน้ำใจ : 0
  • จังหวัด: กรุงเทพ
  • ชื่อเล่น: Easy Care Share Sure
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
 ประกันภัยรถยนต์คืออะไร

     ประกันภัยรถยนต์มีไว้เพื่อบรรเทาความเสียหายจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น โดยแบ่งความเสี่ยงไปที่บริษัทประกันภัยผู้รับประกันภัย โดยหลักความสำคัญโดยเนื้อของประกันภัยรถยนต์แล้วคือการคุ้มครองบุคคลภายนอก สังเกตได้จากความคุ้มครองทรัพย์สินบุคคลภายนอกจะสูงกว่า ประกันจะร่วมผิดชอบกับผู้ขับขี่ ประกันมี2แบบ
1.   ประกันรถยนต์ภาคบังคับ  หรือหลายๆคนรู้จักกันดีนั้นก็คือ  พ.ร.บ. นั้นเอง  ซึ่งจะบังคับให้ยานพาหนะทางบกทุกประเภทที่ทำการจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกจะต้องทำ  เพื่อที่จะได้ให้ความคุ้มครองในส่วนของตัวบุคคลที่ได้รับผลกระทบมาจากอุบัติเหตุ  โดยไม่ได้คำนึงว่าบุคคลที่ได้รับผลจากอุบัติเหตุจะเป็นฝ่ายถูหรือผิด  โดยอัตราดอกเบี้ยของ ประกัน พ.ร.บ. จะถูกกำหนดอัตราเบี้ยสูงสุดอัตราเดียวตามประเภทของรถ
2.   ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ  เป็นประกันภัยรถยนต์ที่เกิดขึ้นจากความสมัครใจของเจ้าของรถที่จะทำ  ซึ่งส่วนใหญ่แล้วประกันภัยภาคความสมัครใจจะให้ความคุ้มครองครอบคลุมทั้งรถและผู้ประสบเหตุมากกว่าภาคบังคับ   แถมยังมีวงเงินคุ้มครองและสิทธิพิเศษอื่นๆมากกว่า  แต่ด้วยความที่ให้ความคุ้มครองมากก็จะทำให้การจ่ายเบี้ยประกันสูงเช่นกัน  ซึ่งในปัจจุบันประกันรถยนต์ภาคสมัครใจมีประเภทมากมาย แต่แบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก ๆ  ได้แก่
•   ประกันภัยประเภท 1 (ประกันภัยชั้น 1)
•   ประกันภัยประเภท 2 (ประกันภัยชั้น 2)
•   ประกันภัยประเภท 3 (ประกันภัยชั้น 3)
•   ประกันภัยประเภท 5 (ประกันภัยชั้น 2+, 3+)
           เพราะฉะนั้นแล้วจะเห็นได้ว่าประกันรถยนต์มีประโยชน์ไม่น้อยเลย ทั้งช่วยคุ้มครองในส่วนของตัวเราเองและคู่กรณี รวมไปถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน  แต่อย่างไรก็ดีในการเลือกประกันรถยนต์ก็จำเป็นที่จะต้องศึกษาข้อมูลให้ดีเสียก่อนที่จะตัดสินใจ  ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์สูงสุดของเราเอง
หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อโดยตรงได้ที่ Id Line : Dissadol.s