ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
สมัครสมาชิกคลับ!! | กฏกติกามารยาท | กฏระเบียบห้องซื้อขาย-ร้านค้า
ช่องทางสำรองในการติดต่อสื่อสาร เฟสกลุ่ม อย่าลืมแอ๊ดกันไว้ด้วยนะครับ >> http://www.facebook.com/groups/NewFortunerClubThailand/ประกาศ!! แจ้งเปลี่ยนแปลงวิธีการโพสตั้งกระทู้ใหม่
สมาชิกใหม่ต้องทำการตอบกระทู้ หรือคอมเม้นท์ให้ครบ 3 โพสก่อน จึงจะเริ่มตั้งกระทู้ใหม่ได้


สั่งซื้อสติ๊กเกอร์ NewFortunerClubThailand พร้อมหมายเลข NFC ได้ที่นี่!!

ผู้เขียน หัวข้อ: ขี้นกทำลายสีรถลึกกว่าที่คิด  (อ่าน 4491 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ top911

  • สมาชิก 10 ไมล์
  • **
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 4862
  • กระทู้: 18
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพฯ
  • ชื่อเล่น: นนท์
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
 Share 
ขี้นกทำลายสีรถลึกกว่าที่คิดถ้ายังไม่ได้ทำเคลือบแก้ว



         การใช้งานรถยนต์ย่อมเจอเรื่องสิ่งสกปรกที่ทำให้รถเปรอะเปื้อนได้เป็นประจำ ทั้งจากฝุ่นผงที่มีอยู่ทั่วไป โคลน ซากแมลง และเขม่าควันที่ลอยอยู่ในอากาศ ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นแล้วพอเราทำความสะอาดก็จะหลุดออกไป แต่อย่างไรก็ตามมีคราบสกปรกบางอย่างที่เราไม่สามารถปล่อยเอาไว้นานได้ เพราะมันมีผลทำลายสีรถอย่างรุนแรง และหนึ่งในคราบสกปรกที่น่ากลัวและเป็นอันตรายต่อสีรถเป็นอย่างมากก็คือ ขี้นก มันไม่เพียงแค่ดูแล้วน่าเกลียดและมีเชื้อโรค แต่ยังส่งผลเสียหายต่อสีรถได้อย่างรุนแรงหากเราไม่รีบจัดการ โดยเฉพาะรถที่ยังไม่ได้ทำการ เคลือบแก้ว เพื่อปกป้องสีรถเอาไว้

 

อันตรายของขี้นกที่เกิดขึ้นกับสีของรถยนต์ ที่ยังไม่ได้เคลือบแก้ว

          ขี้นกในส่วนที่มีผลทำลายรุนแรงจะเป็นส่วนที่มีสีขาว สีขาวนั้นเราเรียกว่า ยูเรต ซึ่งมันจะมีผลึกของกรดยูริกเป็นส่วนประกอบหลัก กรดยูริกที่ว่านี้มีความเข้มข้นสูง มีผลในการกัดกร่อน ดังนั้นเมื่อมันมาติดอยู่บนชั้นสีของรถ มันจึงไม่ต่างกับการที่มีน้ำกรดมาติดอยู่กับสีรถของเราเลย และจะสังเกตได้ว่ารถบางคันที่ทิ้งให้ขี้นกเกาะติดอยู่เป็นเวลานานๆ อาจจะมีผลรุนแรงถึงขนาดที่ทำให้ชั้นสีเสียหายหนักและลึกลงไปถึงชั้นของสีรองพื้นได้เลยทีเดียว และบางครั้งแม้แต่การปล่อยให้ขี้นกติดบนสีรถเพียงไม่กี่ชั่วโมง ในรถที่ยังไม่เคยทำ เคลือบแก้ว มันก็สามารถทำให้เกิดคราบฝังลึกจนเห็นได้อย่างชัดเจน แม้จะล้างออกก็เหลือให้เห็นเป็นรอยคราบด่างๆ ที่ขัดออกไม่หมด เพราะมันเสียหายลงไปลึกถึงชั้นสีแท้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราต้องจอดรถเอาไว้กลางแดด ความร้อนที่เกิดขึ้นนั้นก็จะยิ่งเร่งปฏิกิริยาการกรัดกร่อนให้เกิดได้เร็วมากยิ่งขึ้น

          การทำเคลือบแก้วนั้นสามารถช่วยในเรื่องการปกป้องชั้นสี ไม่ให้ขี้นกทำลายได้เป็นอย่างดีระดับหนึ่ง เนื่องจาก รถเคลือบแก้ว จะมีชั้นฟิล์มใสปกคลุมสีแท้ของรถเอาไว้ ซึ่งมันจะช่วยชะลอการกัดกร่อนที่เกิดจากกรดในขี้นกเอาไว้ได้ชั่วคราว อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพในเรื่องของความลื่น ที่เกิดจากการทำ เคลือบแก้ว ก็จะทำให้การทำความสะอาด หรือการเคลียร์ขี้นกออก ทำได้ง่ายขึ้นอีกด้วย ทำให้ไม่เกิดรอยคราบที่สีรถได้ง่ายๆ

          อย่างไรก็ตามการ เคลือบแก้ว รถเอาไว้แล้วก็ไม่ได้หมายความว่าจะปกป้องขี้นกได้อย่างสมบูรณ์เต็ม 100% เพราะหากปล่อยทิ้งไว้นานๆ มันก็สามารถกัดกร่อนได้อยู่ แต่แน่นอนว่าดีกว่ารถที่ยังไม่ทำให้เป็น รถยนต์เคลือบแก้ว แน่นอน อย่างน้อยเป็นการชะลอไม่ให้ขี้นกเล่นงานชั้นสีได้โดยตรงอย่างรวดเร็วมีชั้นฟิล์มใสที่มีความแข็งและลื่นปกป้องเอาไว้ ดังนั้นแม้จะทำ เคลือบแก้วรถยนต์ ไปแล้ว แต่หากเห็นว่ารถเรามีขี้นกติดอยู่ ก็ควรที่จะต้องรีบชะล้างคราบขี้นำเหล่านั้นออกไปโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งก็จะทำได้ง่ายกว่ารถที่ยังไม่ได้ทำการเคลือบ ชำระล้างออกได้อย่างรวดเร็วและหมดจดกว่า ลดภาระความยุ่งยากในการทำความสะอาดของเรา และทำให้มั่นใจได้มากขึ้นว่าจะไม่เกิดรอยจากการกัดกร่อนของขี้นกได้โดยง่าย…


ที่มา:
https://albatroscarcare.com/2016/12/02/glass-coating_022/


สั่งซื้อสติ๊กเกอร์ NewFortunerClubThailand พร้อมหมายเลข NFC ได้ที่นี่!!

ออฟไลน์ top911

  • สมาชิก 10 ไมล์
  • **
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 4862
  • กระทู้: 18
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพฯ
  • ชื่อเล่น: นนท์
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
Re: ขี้นกทำลายสีรถลึกกว่าที่คิด
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 06 ธ.ค. 2016, 11:16:13 »
รถสีที่ควรเคลือบแก้วเพราะนกชอบอึใส่



        เราเคยพูดกันไปแล้วในเรื่องอานุภาพการทำลายล้างของมูลนกที่สามารถทำร้ายสีรถได้อย่างรุนแรงถึงขั้นลงไปถึงชั้นสีรองพื้น ในบทความเรื่อง “ขี้นกทำลายสีรถลึกกว่าที่คิด…” ซึ่งท่านที่ได้อ่านแล้วก็คงได้ทราบว่า มันน่ากลัวแค่ไหนและควรที่จะต้องรีบจัดการทันทีหลังจากที่เกิดรอยสกปรกจากอึกนกบนสีรถของเรา ไม่สามารถที่จะชะล่าใจและปล่อยเอาไว้จนมันทำลายสีรถของเราได้ แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อหรือไม่ว่า มีรถบางสี ที่มีความเสี่ยงที่จะโดนนกมารุมอึรด ดังนั้นจึงควรทำเคลือบแก้ว ป้องกันเอาไว้ก่อนเพื่อลดโอกาสและชะลอความเสียหายไม่ให้เกิดขึ้นกับสีรถของเรา เพราะมีแต่ รถเคลือบแก้ว แล้วเท่านั้นที่พอจะต้านรับการทำลายของอึนกได้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง เราลองมาดูกันว่ารถสีไหนควรที่จะต้องรีบทำให้เป็น รถยนต์เคลือบแก้ว เพื่อป้องกันปัญหาจากเรื่องนี้เอาไว้
เรื่องนี้ไม่ได้เกิดจากการจินตนาการหรือที่คนเดี๋ยวนี้เขาเรียกว่า “มโน” ขึ้นมา แต่เกิดจากข้อมูลของผู้ให้บริการทำความสะอาดรถยนต์รายใหญ่ของอังกฤษ คือ Halford บริษัทที่ดูแลเรื่องความสะอาดรถยนต์ที่มีเครือข่ายอยู่เป็นจำนวน ซึ่งไม่ว่าที่ไหนทั้งในไทย หรือ ที่อังกฤษ ปัญหาเรื่องนอกอึใส่รถแล้วทำให้เกิดความเสียหายกับสีรถก็เกิดขึ้นได้เหมือนกัน ทางบริษัทเขาได้ทำวิจัยเกี่ยวกับเรื่องที่ว่า รถสีไหนที่มีโอกาสโดนนกอึรดใส่มากที่สุดขึ้นมา โดยเป็นการเก็บสถิติการทำความสะอาดรถสีต่างๆ จาก 5 เมืองใหญ่ในประเทศอังกฤษ ซึ่งทำให้ผลสรุปออกมา โดยวัดเป็น % ว่ารถที่มีสีใดมีอัตราการถูกนกอึกรดมากที่สุดไล่ระดับลงไป ซึ่งเรื่องนี้ท่านที่รักรถก็สามารถเอามาใช้เป็นกรณีศึกษา และลองพิจารณาดูว่า รถของเราเข้าข่ายความเสี่ยงมากแค่ไหน เพื่อที่จะได้ตัดสินใจได้ว่าควรทำ เคลือบแก้ว เอาไว้หรือยัง


 

รถสีต่อไปนี้ควรทำเคลือบแก้วรถยนต์เอาไว้เพื่อลดปัญหาจากนกอึรด

อันดับที่ 1 รถที่ถูกนกอึกใส่มากที่สุด 18% ก็คือ รถที่เป็น สีแดง ใครมีรถสีนี้ จองคิวติดต่อหา โปรโมชั่นเคลือบแก้ว รอเลยนาจะดีที่สุด เพราะนกชอบอึรดมากที่สุด
อันดับที่ 2 รถที่ถูกนกอึใส่รองลงมาคือ 14% ก็คือ รถสีน้ำเงิน ใครใช้รถสีนี้ ควรสังเกตบ่อยๆ ถ้ารถยังไม่ได้ เคลือบแก้ว มีความเสี่ยงมากเลยทีเดียว เตรียมอุปกรณ์เช็ดล้างทำความสะอาดติดรถเอาไว้เสมอก็เป็นเรื่องดี
อันดับที่ 3 รถที่เป็นที่นิยมอึรดใส่ลำดับถัดมาที่ 11% ได้แก่ รถสีดำ ซึ่งนี่เป็นสียอดนิยมอันดับสองของบ้านเรา และของโลก เลยทีเดียวที่มีคนนิยมใช้รถสีนี้ และยิ่งเป็นสีดำเข้ม ถ้าเกิดรอยด่างขึ้นมาแล้วไม่น่ามองแน่นอน รีบจัดหา โปรแกรมเคลือบแก้ว ปกป้องที่เหมาะสมเอาไว้รับมือน่าจะดีที่สุด
อันดับที่ 4 รถที่ถูกนกอึรดลำดับต่อมา ที่ 7% ก็คือ รถสีขาว ก็ถือว่ามีความเสี่ยงลดลงมาหน่อย แปลว่าใน 100 คันมีแค่ 7 คันที่โดนอึนก แต่ 1 ใน 7 นั่นจะเป็นรถของเราหรือไม่ เคลือบแก้ว ป้องกันไว้ก็เป็นเรื่องดี
อันดับที่ 5 เริ่มเป็นเจ้าของรถที่โชคดี เลือกสีที่นกไม่ค่อยมองเห็นเป็นสุขา นั่นก็คือ รถสีเทา ที่มีประวัติจากการเก็บสถิติของ Halford อยู่ที่ 3% เท่านั้น
อันดับที่ 6 อันดับสุดท้ายของรายงานผลวิจัย รถสีที่โชคดีที่สุดก็คือ… รถสีเขียว ซึ่งพบว่ามีเพียง 1% เท่านั้นที่โดนนกอึรด

          ทั้งหมดนี่เป็นสถิติที่ถูกเก็บในเชิงการทำวิจัยจากบริษัทในประเทศอังกฤษ ซึ่งก็มีความน่าสนใจอยู่มากทีเดียว ซึ่งอย่างน้อยมันเป็นข้อมูลให้กับผู้ใช้รถได้สังเกตและระมัดระวังในการป้องกันรถจากการเล่นงานของอึนกได้มากยิ่งขึ้น ใครที่ใช้รถสีที่มีความเสี่ยง ก็พยายามหาที่จอดที่มิดชิด ในร่มที่ไม่อะไรให้นกเกาะ อย่าพยายามเอาไปจอดใต้ต้นไม้หรือในละแวกที่นกชอบมาเกาะ ก็น่าจะช่วยได้ในระดับหนึ่ง หรือจะเพิ่มความปลอดภัยด้วยการทำ เคลือบแก้ว ก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะ รถยนต์เคลือบแก้ว แล้วนอกจากจะลดความเสียหายชะลอการกัดกร่อนจากอึของนกได้ดีแล้ว รถเคลือบแก้ว ยังทำความสะอาดได้ง่ายและปกป้องรถจากมลพิษและปัญหาอื่นๆ ได้ด้วยเช่นกัน

ที่มา
https://albatroscarcare.com/2016/12/03/glass-coating_024/


ออฟไลน์ top911

  • สมาชิก 10 ไมล์
  • **
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 4862
  • กระทู้: 18
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพฯ
  • ชื่อเล่น: นนท์
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
Re: ขี้นกทำลายสีรถลึกกว่าที่คิด
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 07 ธ.ค. 2016, 10:39:22 »
รถสีดำเหมาะจะทำเคลือบแก้วหรือเปล่า



          รถสีดำ เป็นรถที่ให้ความรู้สึกสวยเท่และมีสไตล์ เป็นรถที่มีบุคลิกเคร่งขรึมและมีเสน่ห์ จึงเป็นที่ได้รับความนิยมเลือกซื้อมาใช้งานเป็นจำนวนมาก แต่ก็มีคำถามว่า เมื่อเราอยากใช้รถสีขรึมๆ ทึบๆ แบบนี้ มันเหมาะสมไหมที่เราจะเอาไปทำ เคลือบแก้ว มีความจำเป็นหรือเปล่า และ รถเคลือบแก้ว ที่เป็นรถสีดำจะได้รับข้อดีอย่างไร… ประเด็นนี้ผู้ที่ใช้รถสีดำ และอยากให้รถของตัวเองเป็น รถยนต์เคลือบแก้ว คงจะอยากทราบ…

ความนิยมของรถสีดำ เรื่องน่ารู้ก่อนคุยเรื่อง รถเคลือบแก้ว

          รถสีดำ เป็นรถที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสีหนึ่ง จากการสำรวจพบว่า รถสีดำ เป็นรถที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในโลกเป็นอันดับ 1 มีสัดส่วนอยู่ที่ 23% ของรถทั้งหมด เป็นรองเพียงแค่ รถสีเงินที่มีอยู่ 25% เพียงสีเดียวเท่านั้น และยิ่งเป็นฝั่งยุโรป รถสีดำมาเป็นอันดับที่ 1 ครองสัดส่วนถึง 27% ทิ้งห่างรถสีเงินในยุโรปที่ตามมาเป็นอันดับสองแต่มีเพียง 19.9% เท่านั้น ส่วนในบ้านเรา ความนิยมเป็นไปตามเทรนด์ของโลกคือ สีดำมาเป็นอันดับ 2 ดังนั้นเชื่อได้เลยว่าเป็นหนึ่งในรถที่เราเห็นกันบ่อยที่สุดสีหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นแบบที่ เคลือบแก้ว มาแล้ว หรือยังไม่ได้ทำก็ตาม… แต่อยากขอแนะนำว่าหากใครใช้รถยนต์สีนี้ เอาไปรับบริการเคลือบให้เป็น รถยนต์เคลือบแก้ว เอาไว้ดีที่สุด

เหตุผลที่เราควรทำ เคลือบแก้วรถยนต์ ที่เป็นสีดำ

          เนื่องมาจาก รถสีดำ โดยเฉพาะรถที่มีสีดำเข้ม เป็นรถที่สามารถมองเห็นรอยขีดข่วนที่ผิวสีของรถได้ง่าย และนี่เป็นปัญหาที่มักพบบ่อยๆ ทำให้เจ้าของรถไม่ค่อยสบายใจในเรื่องริ้วรอยที่ทำให้รถดูมีตำหนิได้ง่าย โดยเฉพาะในเวลาที่โดนแสงแดด จะปรากฏรอยให้เห็นอย่างชัดเจน ปัญหานี้ทำเอาหลายๆ ถึงกับอ่อนใจแทบจะไม่อยากใช้รถสีดำเลย ทั้งๆ ที่ใจชอบรถสีนี้เหลือเกิน ซึ่งปัญหาที่ทำให้มีรอยขีดข่วนบนผิวรถเกิดจากหลายปัจจัยและเป็นเรื่องใกล้ตัวที่หลีกเลี่ยงได้ยาก เช่น การล้างรถที่ไม่ถูกวิธี การขัดที่ไม่เหมาะสมกับประเภทสี การดูแลผิดประเภท หรือเกิดจากการครูดต่างๆ การทำ เคลือบแก้ว เป็นวิธีที่สามารถช่วยปกป้องการเกิดริ้วรอยต่างๆ ให้น้อยลงได้ชัดเจน เพราะเป็นการสร้างชั้นฟิล์มปกป้องสีของรถไว้อีกชั้น  นอกจากนี้สีดำยังสามารถดูดความร้อนได้มากกว่ารถสีอื่น จึงส่งผลให้มลภาวะต่างๆ สามารถมายึดเกาะกับพื้นผิวได้อย่างรวดเร็วกว่าสีอื่นๆ อีกด้วย… นี่เป็นเหตุผลที่รถสีดำเป็นรถที่เหมาะสมที่จะเคลือบให้เป็น รถเคลือบแก้ว มากที่สุด

           หลังจากทำเคลือบแก้วไปแล้ว จะสามารถช่วยในการดูแลรถสีดำได้เป็นอย่างมาก เนื่องจากฟิล์มแก้วนั้น นอกจากจะมีความแข็ง ช่วยเป็นเกราะป้องกันชั้นสีแท้ของรถไม่ให้เกิดรอยขีดข่วนได้ง่ายๆ แล้ว รถยนต์เคลือบแก้ว ยังมีประสิทธิภาพในการลดแรงเสียดทาน ทำให้แม้ว่าจะเกิดการเสียดสีระหว่างวัตถุขึ้นก็เกิดริ้วรอยได้ยาก เช่น ช่วยปกป้องริ้วรอยจากการถูกผ้าเช็ดถู รอยที่เกิดจากการสัมผัส และใช้งานโดยทั่วไป ลดความเสี่ยงในการเกิดริ้วรอย และลดโอกาสในการเกาะติดของฝุ่นและมลภาวะที่สามารถทำลายสีรถของเราได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

          อย่างไรก็ตามการทำ เคลือบแก้ว สำหรับรถสีดำ ก็ควรได้รับการดูแลที่เหมาะสมโดยผู้ชำนาญงานและมีทักษะ โดยเฉพาะสีดำเข้มๆ ที่มองเห็นริ้วรอยได้ชัด ซึ่งต้องอาศัยผู้มี่มีประสบการณ์ และในด้านการใช้งานดูแลรักษาหลังจากได้รับบริการเคลือบแก้วรถยนต์ ออกไปแล้ว ก็จะต้องมีเทคนิคการดูแลที่เป็นพิเศษมีความแตกต่างจากรถสีอื่นๆ  ตั้งแต่การเลือกโปรแกรมการดูแลตั้งแต่ตอนต้น และการดูแลหลังการขาย ที่ควรมีการเลือกให้เหมาะกับการใช้งานของเรา เช่น จอดรถในที่ร่ม หรือจอดตากแดดบ่อยหรือไม่ ใช้งานหนักหรือเปล่า และวิ่งระยะทางไกลๆ บ่อยหรือไม่ เป็นต้น ซึ่งเรื่องเหล่านี้ควรหารือกับทาง ศูนย์บริการเคลือบแก้ว เพื่อเลือกโปรแกรมการดูแลที่เหมาะสมที่สุดสำหรับรถสีดำของเรา ให้ทนสวยนาน เป็นรถที่เราภูมิใจเสมอในเวลาที่ใช้งาน

ที่มา :

https://albatroscarcare.com/2016/12/01/glass-coating_021/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07 ธ.ค. 2016, 10:43:47 โดย top911 »

ออฟไลน์ top911

  • สมาชิก 10 ไมล์
  • **
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 4862
  • กระทู้: 18
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพฯ
  • ชื่อเล่น: นนท์
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
Re: ขี้นกทำลายสีรถลึกกว่าที่คิด
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: 09 ธ.ค. 2016, 10:59:39 »
เคลือบแก้วปกป้องรถจากอะไรได้บ้าง



          การทำ เคลือบแก้ว เป็นการเพิ่มความเงางามและยืดอายุความสดใสของสีรถให้ยืนยาวยิ่งขึ้น แต่นอกจากนั้นมันก็ยังมีคุณสมบัติในเรื่องการปกป้องดูแลสภาพของรถอีกต่าง ซึ่งเรื่องนี้ทราบกันดี แต่… อาจจะไม่มีความชัดเจน เนื่องจากบางครั้งเป็นการฟังสรรพคุณจากผู้ประกอบการที่แนะนำให้เราไปทำ เคลือบแก้วรถ ซึ่งบางทีด้วยเทคนิคทางการขาย หรือความเข้าใจผิด ทำให้ผู้ที่อยากทำ รถยนต์เคลือบแก้ว เข้าใจว่า หลังจากทำการเคลือบปกป้องลักษณะนี้แล้ว มันจะมีความทนทานแข็งแกร่งประดุจมีเกราะวิเศษเกิดขึ้นปกป้องรถของเราจากสรรพสิ่งที่เป็นภยันตรายได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งในความเป็นจริงไม่มีอะไรสามารถทำได้ขนาดนั้น ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจเข้ารับบริการเราควรศึกษาดูให้ดีก่อนว่ามันสามารถช่วยปกป้องรถเราได้จากอะไรบ้างและในระดับไหน…


สิ่งที่การ เคลือบแก้ว สามารถช่วยปกป้องรถของเราได้ เช่น…

          ยางไม้ หนึ่งในสิ่งเหนียวหนึบที่เอาออกยาก และหากปล่อยไว้นานจะเกิดการจับตัวแน่นทำความสะอาดได้ยากติดแน่นติดทนและเป็นเรื่องหลีกเลี่ยงได้ยาก เพราะเวลาใช้งานกลางแจ้งโอกาสที่จะเจอยางไม้มีได้เสมอ เรื่องนี้ รถเคลือบแก้ว ช่วยได้ เนื่องจากผิวของรถมีความลื่นที่ยางไม่ไม่สามารถจับเกาะแน่นสนิทได้ สามารทำความสะอาดและทำให้มันหลุดออกได้ง่ายยิ่งขึ้น

         มูลนก สารอันตรายต่อทั้งสุขภาพของคนใช้รถและสีรถ มีเชื้อไวรัสทำให้คนป่วย และมีประสิทธิภาพในการกัดกร่อนลึกลงไปจนถึงชั้นสีแท้ทำลายสภาพสีรถแบบถาวร การทำ เคลือบแก้ว สามารถชะลอความเสียหายได้จากชั้นฟิล์มใสที่มีความหนา ล้างทำความสะอาดง่าย และไม่ทิ้งรอย

          รอยขีดข่วน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจกันก่อน เนื่องจากมีคนเข้าใจว่าพอ เคลือบแก้วรถ แล้วทนได้สารพัด ซึ่งไม่เป็นความจริง ในกรณีด้านของการป้องกันการเกิดริ้วรอย เคลือบแก้ว มีประสิทธิภาพสูงสุดที่ 9H นั่นหมายความว่า หากมีของที่แข็งกว่า มาขีดข่วนก็สามารถทำให้มันเกิดรอยได้ ซึ่งระดับ 9H ,ค่าใกล้เคียงกับกระจก ดังนั้นหากไปเจอทรายแข็งๆ ก็เกิดรอยได้เหมือนกัน แต่จะน้อยและเห็นรอยได้ยากเนื่องจากมันมีความหนาและความใส อยู่ด้วย แต่แน่นอนว่าเกิดรอยขนแมวยากกว่ารถทั่วไปแน่นอน

        ฝุ่น รถเคลือบแก้ว สามารถป้องกันการจับเกาะของฝุ่นได้ดี คือ สามารถทำความสะอาดได้ง่าย ฝุ่นไม่ฝังแน่นกลายเป็นคราบติดกับสีรถ เนื่องจากมันมีปฏิกิริยาต่อต้านการเกิดไฟฟ้าสถิต

         คราบน้ำ การ เคลือบแก้ว ช่วยป้องกันการเกิดคราบน้ำได้เป็นอย่างดี เนื่องจากมันมีความลื่นน้ำแทบไม่เกาะติดผิวรถได้ แต่ถึงแม้จะเกิดรอยก็จะสามารถทำความสะอาดได้อย่างง่ายดาย ไม่เป็นคราบฝ้าที่ฝังแน่นที่เขาเรียกว่าสนิมน้ำ

         แสงแดด ทำให้สีรถซีดเร็ว อันนี้สามารถช่วยได้ในระดับหนึ่ง เนื่องจากแสงแดดไม่ได้ส่องลงไปถึงชั้นสีแท้โดยตรง มีชั้นฟิล์มรับเอาไว้ก่อน และมันมีความใสเป็นมันเงา สามารถสะท้อนรังสี UV จากแสงแดดออกไปได้เป็นบางส่วน ช่วยให้รถสีไม่ซีดเร็วมากนัก

         นี่เป็นสิ่งที่การ เคลือบแก้ว สามารถช่วยได้ ซึ่งเราจะเห็นได้ว่า เป็นสิ่งเกิดขึ้นได้เสมอในการใช้รถประจำวัน นอกจากนี้ก็จะมีเรื่องของการปกป้องสีรถจากมลพิษในอากาศ ฝนกรด ซึ่งก็เป็นประเภทเดียวกับการป้องกันน้ำป้องกันฝุ่น เพราะฉะนั้น ท่านที่สนใจทำ รถเคลือบแก้ว ควรทำความเข้าใจให้ดี เมื่อเอา รถยนต์เคลือบแก้ว ออกไปใช้จะได้ทราบว่าควรใช้งานและดูแลรักษาอย่างไรให้มันสวยทนนานใช้งานได้อย่างเหมาะสม

ออฟไลน์ top911

  • สมาชิก 10 ไมล์
  • **
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 4862
  • กระทู้: 18
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพฯ
  • ชื่อเล่น: นนท์
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
Re: ขี้นกทำลายสีรถลึกกว่าที่คิด
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: 11 ธ.ค. 2016, 15:55:35 »
รถมีรอยขนแมวทำเคลือบแก้วได้ไหม



          เชื่อว่าเรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องที่หลายๆ ท่านที่กำลังสนใจอยากเอารถไปทำ เคลือบแก้ว น่าจะสนใจ นั่นก็คือ รถของเราเป็นรถที่ใช้งานมาก่อนแล้ว มีร่องรอยการใช้งานมาบ้างพอสมควรตามสภาพของรถใช้งานทั่วไป ซึ่งมีรอยขนแมวที่ผิวสีของรถมาก่อน… รถในลักษณะนี้สามารถที่จะเอารับบริการทำเป็น รถยนต์เคลือบแก้ว ได้หรือไม่ แล้วรอยขนแมวที่มีอยู่จะเป็นอย่างไร มันจะถูกเติมเต็มด้วย น้ำยาเคลือบแก้ว ให้เนื้อสีเหมือนเดิมได้หรือไม่ เพราะมันเป็นการเคลือบชั้นฟิล์มที่มีความใสลงไป หรือรอยจะคงสภาพอยู่แบบนั้นอยู่ด้านใต้ชั้นฟิล์ม แล้วแบบนี้รถของเราจะสวยสดใสเป็นเงางามได้เหมือนรถของคนอื่นได้หรือไม่
สำหรับเรื่องนี้อาจจะต้องตอบแยกเป็น 2 ประเด็น นั่นก็คือ…

 

รถที่มีรอยมาก่อนสามารถทำเคลือบแก้วได้หรือไม่

          กรณีนี้สามารถตอบได้ทันทีว่า… สามารถทำได้ และ รถเคลือบแก้ว แล้วก็จะมีปัญหาเรื่องรอยขนแมว หรือรอยขีดข่วนขนาดเล็กที่เกิดจากการใช้งานลดลง เนื่องจากได้รับการปกป้องผิวสีแท้เอาไว้ด้วยสาร เคลือบแก้ว ที่มีความแข็ง หนา และลื่น สามารถช่วยป้องกันการเกิดรอยใหม่หลังจากเคลือบป้องกันมาได้เป็นอย่างดี

 

รอยขีดข่วนที่มีมาแล้วก่อนทำเคลือบแก้วจะทำอย่างไร

          กรณีผู้ที่จะนำรถมาทำ เคลือบแก้ว แล้วกังวลว่า รอยขีดข่วนหรือรอยขนแมวเดิมจะคงอยู่ใต้ชั้นฟิล์มแข็ง ไม่ต้องเป็นกังวล เนื่องจากก่อนที่จะมีการลง น้ำยาเคลือบแก้ว รถของเราจะต้องผ่ายขั้นตอนของการเคลียร์พื้นผิวเสียก่อน เป็นการขัดสีเดิมลบรอยขีดข่วนให้หายไป เตรียมผิวให้เรียบและมีความสดใสพร้อมที่จะเคลือบอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนนี้มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ต้องเลือกศูนย์บริการที่วางใจได้ เพราะจริงๆ แล้ว การเคลือบแก้ว จะได้ผลมากน้อย อยู่ที่ขั้นตอนของการเตรียมหรือเคลียร์พื้นผิวนี้เป็นสำคัญ ต่อให้มีน้ำยาดีกว่า ราคาแพงกว่าอย่างไรก็ตาม แต่หากไม่มีการเตรียมผิวที่ดี ประสิทธิภาพที่เกิดขึ้น และความงามของ รถเคลือบแก้ว ก็ไม่ดีไปตามราคาขึ้นมาได้ ดังนั้นต้องขอย้ำอีกครั้งว่าต้องเลือกผู้ให้บริการที่มีประสบการณ์จึงจะได้งานที่ออกมาดี
ดังนั้น ท่านที่มีรถใช้งานมาแล้ว มีรอยมาบ้าง สามารถทำ เคลือบแก้ว ได้แน่นอน เพียงแต่ว่าสิ่งที่สำคัญก็คือจะต้องเลือกหาผู้ให้บริการที่มีคุณภาพ เนื่องจากการเตรียมพื้นผิว เป็นสิ่งที่สำคัญเพื่อให้ได้ รถเคลือบแก้ว ที่มีความสมบูรณ์ สำหรับริ้วรอยที่เกิดขึ้นก็ควรหารือกับผู้ให้บริการก่อนว่าสามารถจัดการกับสภาพความเสียหายของผิวรถเราได้หรือไม่ หากว่ามีรอยที่ลึกมากเกินกว่าที่จะขัดสีทั่วไป ก็อาจจะต้องมีการซ่อมแซมสีบ้างก่อนที่จะทำ รถยนต์เคลือบแก้ว เพื่อที่จะได้มีพื้นผิวที่สวยงามสมบูรณ์ก่อนที่จะทำการเคลือบลงไป ซึ่งก็จะทำให้ได้รถที่มีความสวยงามอย่างที่เราต้องการไม่แพ้รถที่ไม่มีริวรอยมาก่อนเลยทีเดียว

ที่มา
https://albatroscarcare.com/2016/12/10/glass-coating_031/

ออฟไลน์ top911

  • สมาชิก 10 ไมล์
  • **
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 4862
  • กระทู้: 18
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพฯ
  • ชื่อเล่น: นนท์
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
Re: ขี้นกทำลายสีรถลึกกว่าที่คิด
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: 17 ธ.ค. 2016, 09:35:40 »
รู้จักกับเคลือบแก้วแบบทา



          สำหรับคนที่กำลังสนใจอยากทำ เคลือบแก้ว สิ่งที่ควรทราบอย่างหนึ่งก็คือ ระบบของการ เคลือบแก้วรถ ของ ศูนย์บริการเคลือบแก้ว ที่เราจะไปใช้บริการนั้นเป็นอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้เชื่อว่าหลายๆ ท่านก็อยากทราบ เนื่องจากปัจจุบัน วิธี หรือ ระบบในการทำการเคลือบมีอยู่ด้วยกัน 2 รูปแบบ ได้แก่… ระบบทา และ ระบบพ่น และเพื่อให้เข้าใจอยากชัดเจน ก่อนตัดสินใจว่าควรเลือกทำแบบไหน เราควรมาศึกษาดูว่าแต่ละแบบมีลักษณะอย่างไร มีจุดเด่นข้อดี หรือจุดด้อยอะไรบ้าง เพื่อที่จะได้สามารถตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม ซึ่งในคราวนี้เราจะเริ่มจากเรื่องการทำในระบบทากันก่อน

เคลือบแก้วระบบทา คืออะไร

          การทำ เคลือบแก้ว ในระบบทา เป็นการทำการเคลือบแบบเดิมที่มาก่อน ใช้การลงน้ำยาด้วยการชุบบนอุปกรณ์แล้วทาลงไปบนพื้นผิวของวัสดุ ซึ่งในที่นี้ก็คือ ผิวของรถ ซึ่งวิธีการนี้ได้รับความนิยมเนื่องจากไม่ต้องใช้อุปกรณ์อะไรมาก มี ศูนย์บริการเคลือบแก้ว หลายแห่งนิยมใช้วิธีนี้ในการให้บริการ และได้รับการพัฒนาในเรื่องรูปแบบการทาและอุปกรณ์ที่ใช้มาโดยลำดับ แต่หลักๆ ก็คือ การนำฟองน้ำมาซับ น้ำยาเคลือบแก้ว หรืออาจจะมีการนำเอาผ้าเนื้อละเอียดมารองฟองน้ำ แล้วทำการหยดน้ำยาลงไปจนทั่ว จากนั้นทำการทาน้ำยาสำหรับการ เคลือบแก้ว บนพื้นผิวรถยนต์ทีละส่วนรอจนน้ำยาได้ที่ แล้วจึงนำเอาผ้าเนื้อละเอียดที่สะอาดมาเช็ดส่วนที่เกินออก ทำแบบนี้จนทั่วทั้งคัน ซึ่งอาจจะมีการทำซ้ำหลายชั้น คือ เมื่อลงชั้นหนึ่งเสร็จ ก็จะมีการลงเพิ่มอีกทำซ้ำไปซ้ำมา แต่ก็ขึ้นอยู่ที่เทคนิคของแต่ละร้านที่ให้บริการว่าเป็นอย่างไรด้วย แต่โดยหลักการเป็นในลักษณะนี้

ข้อดีของการทำเคลือบแก้วแบบทา

1.    สามารถควบคุมปริมาณน้ำยาเคลือบแก้ว ต่อพื้นที่บนรถยนต์ได้ค่อนข้างแม่นยำและค่อนข้างประหยัด และใช้อุปกรณ์ไม่ซับซ้อน ดังนั้นจึงมีราคาที่ต่ำกว่า การเคลือบแบบพ่น
2.    การลงน้ำยาบนพื้นผิวค่อนข้างทำได้อย่างทั่วถึง เนื่องจากการทาน้ำยาจะทาเป็นลักษณะเหมือนวาดตารางหมากรุก คือแนวขวาง และแนวตั้งซ้ำอีกครั้ง ทำให้มั่นใจได้ว่ามีการเคลือบทั่วทุกบริเวณและมีความหนาของการ เคลือบแก้ว ดี
3.    ไม่ฟุ้งกระจาย เนื่องจากน้ำยาจะถูกส่งผ่านไปยังผิวของรถโดยตรง ไม่ใช้แรงดันลมในการพ่นออกมา จึงไม่การฟุ้งกระจายในบริเวณการทำงาน ค่อนข้างปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงานในการลงน้ำยาเคลือบแก้ว และดีต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า


ข้อเสียของการทำเคลือบแก้วแบบทา

1.    อาจจะลงน้ำยาไม่ทั่วถึงทุกบริเวณของพื้นผิวชิ้นงาน ตามจุดที่เป็นซอกเป็นหลืบในส่วนต่างๆ เช่น ซอกโลโก้ ดุมล้อ ซอกฝาถังน้ำมัน หรือซอกรอยต่อระหว่างพื้นผิวของรถเป็นต้น
2.    มีภาพลักษณ์ที่ดูค่อนข้างธรรมดา ใช้อุปกรณ์น้อย ในข้อนี้ส่งผลเสียต่อผู้ประกอบการสักหน่อยในเรื่องความน่าเชื่อถือของลูกค้า ทำให้ไม่สามารถคิดราคาได้สูงมากนัก

นี่คือลักษณะของการ เคลือบแก้วระบบทา ซึ่งเป็นการ เคลือบแก้ว แบบหนึ่งที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ท่านใดที่กำลังสนใจมองหา ศูนย์บริการเคลือบแก้ว ก็จะได้ทราบว่าเราจะได้รับบริการอย่างไร และมีจุดดีข้อด้อยตรงไหน เอาไว้เป็นข้อมูลก่อนการตัดสินใจใช้บริการและพิจารณาเรื่องของราคาค่าบริการของร้านที่เราจะเอารถไปทำ

ที่มา
https://albatroscarcare.com/2016/12/16/glass-coating_036/

ออฟไลน์ M

  • NFC.155
  • สมาชิก 500 ไมล์
  • *********
  • สมาชิก ID: 5000
  • กระทู้: 750
  • พลังน้ำใจ : 9
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพฯ
  • ชื่อเล่น: หมี
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
Re: ขี้นกทำลายสีรถลึกกว่าที่คิด
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: 17 ธ.ค. 2016, 11:35:43 »
 :emo_051: :emo_051:

ออฟไลน์ top911

  • สมาชิก 10 ไมล์
  • **
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 4862
  • กระทู้: 18
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพฯ
  • ชื่อเล่น: นนท์
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
Re: ขี้นกทำลายสีรถลึกกว่าที่คิด
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: 18 ธ.ค. 2016, 13:23:42 »
รู้จักเคลือบแก้วระบบพ่น



          การทำ เคลือบแก้ว มีอยู่ 2 แบบ คือ ระบบพ่น และระบบทา ซึ่งในเรื่องที่เกี่ยวกับ ระบบทา เราได้เคยเล่าไปแล้วในตอน “รู้จักเคลือบแก้วแบบทา” ซึ่งก็เชื่อว่าสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการเลือกใช้บริการให้กับผู้สนใจทำ เคลือบแก้วรถยนต์ ได้ ดังนั้นในคราวนี้ เราจะมาแนะนำให้ท่านที่สนใจได้รู้จักกับ เคลือบแก้วระบบพ่น กันบ้าง เพื่อจะได้ใช้ในการเปรียบเทียบ และทำให้เข้าใจถึงรูปแบบ ข้อดีข้อเสีย และความน่าสนใจของมัน ก่อนจะเลือกว่าจะใช้บริการในรูปแบบไหนดี
เคลือบแก้วแบบพ่น ได้รับความนิยมในช่วงปีหลังๆ เนื่องจากเป็นการทำ เคลือบแก้วรถ ที่ดูแล้วน่าเชื่อถือมีอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือที่ใช้ในการทำงานหลายอย่าง พูดง่ายๆ ก็คือ แลดูซับซ้อน ทำให้คิดว่าไม่แปลกเลยที่มันจะมีราคาแพง… อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ให้บริการแล้ว มันก็เป็นระบบการทำ เคลือบแก้ว ที่จุกจิก ใช้เครื่องมือเยอะ แถมยังมีการใช้ น้ำยาเคลือบแก้ว ที่อาจมีปริมาณมาก จึงมีศูนย์บริการอยู่ไม่มากนักที่นำระบบนี้มาใช้ ทั้งนี้ การ ทำ เคลือบแก้วระบบพ่น ตามท้องตลาดอาจมีการกำหนดราคาไว้ค่อนข้างสูงกว่าแบบทา


ข้อดีของการทำเคลือบแก้วแบบพ่น

     1. สามารถส่งน้ำยาให้ลงไปเคลือบชิ้นงาน หรือก็คือ พื้นที่บนผิวรถได้อย่างทั่วถึง เนื่องจากเวลาพ่นน้ำยาจะออกมาเป็นฝอยละอองละเอียด สามารถเข้าไปในซอกเล็กซอกน้อยตามจุดต่างๆ ได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นในช่องว่างเล็กของโลโก้ รอยต่อระหว่างชิ้นส่วน และสามารถทำได้รวดเร็วในการลงน้ำยาบนพื้นผิวของรถ
     2. มีภาพลักษณ์ที่ดูน่าเชื่อถือ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจสำหรับฝ่ายของผู้ให้บริการมากกว่า เพราะมันสามารถช่วยให้ภาพลักษณ์ของศูนย์บริการดูดีมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น ทำให้ลูกค้ามีความเชื่อมั่นได้มากยิ่งขึ้น

ข้อเสียของการทำเคลือบแก้วแบบพ่น

     1. สิ้นเปลืองวัตถุดิบหรือก็คือ น้ำยาค่อนข้างสูง เนื่องจากการพ่นปกติแล้วละออกงของน้ำยาจะเข้าถึงชิ้นงานได้แค่ประมาณ 30-40% ของทั้งหมดที่พ่นออกไป ส่วน 60-70% ที่เหลือจะปลิวกระจายไปกับลมที่พ่นออกมาทำให้สิ้นเปลืองค่อนข้างมากได้รับการเคลือบไม่เต็มที่ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการปรับระบบลมให้เหมาะสมในการพ่นด้วย
     2. ควบคุมปริมาณน้ำยาเคลือบแก้ว ต่อพื้นผิวค่อนข้างยาก เนื่องจากน้ำยามีความใส หาผู้ทำการพ่นไม่ชำนาญ อาจจะลงน้ำยาในปริมาณหนาบางไม่สม่ำเสมอกันทั้งหมด คุณภาพในการปกป้องจึงอาจจะทำหน้าที่ในการปกป้องพื้นผิวได้ไม่เต็มที่เท่าใดนัก เพราะมีขนาดความหนาน้อยเกินไปในบางจุด
     3. อันตรายต่อผู้ใช้งาน จำเป็นต้องมีอุปกรณ์เสริมในการป้องกัน เช่น หน้ากาก หรือพัดลมระบายอากาศ เนื่องจากเวลาพ่นจะมีฝอยละอองของน้ำยาฟุ้งกระจายเต็มไปหมด จำเป็นที่ผู้ปฏิบัติงานจะต้องป้องกันระบบทางเดินหายใจ และดวงตาจากละอองของน้ำยาด้วย

          นี่คือลักษณะของการทำ เคลือบแก้ว แบบพ่น ที่ผู้สนใจเข้ารับบริการ เคลือบแก้วรถยนต์ ควรทราบเอาไว้เป็นข้อมูลเพื่อใช้ในการประกอบการตัดสินใจ และข้อให้เปรียบเทียบในเรื่องการบริการร่วมด้วย เพื่อให้มั่นใจได้ว่า เราได้รับบริการจากผู้ที่ชำนาญและมีประสบการณ์เพียงพอที่จะทำให้เราได้รับบริการ เคลือบแก้วระบบพ่น อย่างสมบูรณ์มากที่สุด

ที่มา
https://albatroscarcare.com/2016/12/17/glass-coating_037/

ออฟไลน์ top911

  • สมาชิก 10 ไมล์
  • **
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 4862
  • กระทู้: 18
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพฯ
  • ชื่อเล่น: นนท์
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
Re: ขี้นกทำลายสีรถลึกกว่าที่คิด
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: 19 ธ.ค. 2016, 13:18:42 »
ข้อเสียของการเคลือบแก้วที่หมดประกันเป็นอย่างไร



          สำหรับท่านที่กำลังสนใจอยากทำ เคลือบแก้ว หรือท่านที่ทำเสร็จไปแล้ว คำถามอย่างหนึ่งอาจจะมีเกิดขึ้นได้ก็คือ ในกรณีที่เราทำ เคลือบแก้วรถ ไปแล้วจนหมดอายุตามที่ทางศูนย์เขากำหนดบอกเอาไว้ สภาพของรถเราหลังจากนั้นมันจะเป็นอย่างไรบ้าง พูดง่ายก็คือ หลังจากช่วงที่เขารับประกันว่าเป็นอายุการใช้งานในการเคลือบผ่านไปแล้ว รถของเราจะดูน่าเกลียดไหม เช่น เขารับประกันเป็นเวลา  1 ปี หรือ จะ 2 -3 ปี อะไรก็แล้ว พอหมดช่วงรับประกันนั้นแล้ว สภาพรถของเราจะเป็นอย่างไรบ้าง จะเกิดมี ข้อเสียของการเคลือบแก้ว ที่หมดสภาพหรือหมดอายุเกิดขึ้นทำให้รถมีสภาพไม่น่าดูหรือจะมีปัญหาเกี่ยวกับสภาพสีเกิดขึ้นกับรถของเราหรือไม่…

 

ข้อเสียของการเคลือบแก้วที่หมดประกันมีไหม

          สำหรับเรื่องนี้ ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจที่จะต้องหาคำตอบมาอธิบายให้กับคนที่ทำ เคลือบแก้ว ได้ทราบจริงๆ เพราะบางท่านอาจจะมีความกังวลว่า เจ้าชั้นฟิล์มที่เกิดจาก น้ำยาเคลือบแก้ว นั้นเมื่อมันหมดอายุจะมีสภาพเป็นอย่างไร และมีผลเสียเกิดตามมากับผิวสีรถหรือไม่ บางคนกังวลถึงขนาดคิดว่ามันอาจจะมีการหลุดร่อน หรือลอกออกมาเป็นแผ่น แบบเดียวกับสีรถเก่าที่หมดอายุและแตกออกมา หรืออาจจะกลายเป็นคราบแตกลานเหมือนลายกระจกร้าว หรือกระทั่งเป็นคราบหม่นๆ ที่ทำให้รถดูไม่สวยเมื่อน้ำยาหมดอายุ… ก็ถือว่าเป็นอะไรที่น่ากังวลจริงๆ นั่นแหละหากว่าหลังจากการหมดอายุแล้วชั้นฟิล์มแสดงอาการเสื่อมเหล่านั้น… แต่… ไม่ต้องกังวลไป ปัญหาเหล่านั้นไม่เกิดขึ้นกับ รถเคลือบแก้ว ของคุณแน่นอน
สำหรับท่านที่สงสัยว่า ถ้าเรา เคลือบแก้ว กับศูนย์บริการไปแล้ว ประกัน 1 ปี 2 ปี หรือ ศูนย์บริการบอกถึงคุณสมบัติว่าน้ำยาเคลือบแก้ว นั้นอยู่ได้นานหลายๆ ปีมากกว่านั้นตามที่เขากำหนด  หากเราใช้งานรถไปแล้วตามระยะเวลาแล้ว น้ำยาที่ตกผลึกติดกับรถของเรา จะหลุดออกไปเอง หรือไม่ และถ้ายังอยู่จะเกิดเป็นข้อเสีย สร้างปัญหาให้กับสีรถของเราในอนาคตหรือไม่อย่างไรนั้น… ก่อนอื่นจะต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่าชั้นฟิล์มที่เกิดจากการ เคลือบแก้ว ที่ติดกับสีเรามีความหนาเป็นระดับไมครอน ซึ่ง 1 ไมครอน คิดเป็นสัดส่วนก็คือ 1 ในล้านของความยาว 1 เมตร หรือ 1 ใน 1,000 ของมิลลิเมตร หากความหนาของน้ำยาเคลือบแก้วมีความหนา 20-30 ไมครอน นั่นก็มีความหนาเพียง 20 – 30 ของ 1,000-มิลลิเมตรเท่านั้นเอง ซึ่งถือว่าบางมาก ถ้าเทียบกับชั้นสีจริงของเราเพราะฉะนั้นการจะเกิดปัญหาคราบตกค้าง รอยแตก ชั้นฟิล์มหลุดล่อนออกมาเป็นแผ่นๆ ไม่เกิดขึ้นแน่นอน


 

เพื่อคลายความสงสัยในเรื่องการเคลือบแก้ว สามารถแยกเป็นข้อได้ดังนี้

ถาม : น้ำยาเคลือบแก้ว จะหลุดร่อนไปเองหรือไม่เมื่อหมดอายุการใช้งาน ?
ตอบ : น้ำยาเคลือบแก้ว สามารถหลุดลอกออกไปได้จริง แต่มันเป็นการค่อยๆ หลุดร่อน ในลักษณะสึกกร่อนตามธรรมชาติที่การจากสัมผัสหรือใช้งาน ทำให้ชั้นเคลือบสึกออกไป ซึ่งจะไม่ใช่การลอกออกแบบครั้งเดียวทั้งหมด

ถาม : ฟิล์ม เคลือบแก้ว ที่ยังติดอยู่กับสีรถ จะสร้างคราบน่าเกลียดหรือไม่ ?
ตอบ : ชั้นฟิล์มแก้วที่ติดค้างเป็นเพียงชั้นฟิล์มใส ดังนั้น คราบน่าเกลียดที่อาจเกิดขึ้น จะเป็นเพียงคราบไคล สามารถทำการขัดเคลือบเพื่อให้คราบสกปรกที่ติดอยู่นั้นหลุดออกไปได้ตามปกติ

ถาม : เคลือบแก้วจะลอกออกมาเป็นแผ่นๆหรือไม่ ?
ตอบ : หากศูนย์บริการทำเคลือบแก้วมีขั้นตอนที่ถูกต้องตามระบบ จะไม่มีปัญหาชั้นฟิล์มแก้วหลุดร่อนออกมาเป็นแผ่นๆแน่นอน

นี่คือคำตอบที่เราเชื่อว่าสามารถตอบคำถามความสงสัยที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับความกังวลว่าจะมีปัญหาตามมาหลังจากหมดอายุของการปกป้องจากการ เคลือบแก้ว สามารถมั่นใจได้ว่า ถ้าเราทำ รถยนต์เคลือบแก้ว แล้วจะไม่เห็น ข้อเสียของการเคลือบแก้ว หรือก่อให้เกิดปัญหากับสีผิว ไม่เกิดคราบน่าเกลียดในอนาคตตามมารบกวนจิตใจทำให้เราเสียความรู้สึกในภายหลังแน่นอน

ที่มา :
https://albatroscarcare.com/2016/12/19/glass-coating_039/
 

ออฟไลน์ top911

  • สมาชิก 10 ไมล์
  • **
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 4862
  • กระทู้: 18
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพฯ
  • ชื่อเล่น: นนท์
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
Re: ขี้นกทำลายสีรถลึกกว่าที่คิด
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: 20 ธ.ค. 2016, 18:25:31 »
เคลือบแก้วแล้วแค่น้ำเปล่าก็ล้างสะอาดจริงหรือ



          คำโฆษณาอย่างหนึ่งของการทำ เคลือบแก้ว ก็คือ เรื่องของความสะดวกในการทำความสะอาด ซึ่งมีบ่อยครั้งที่ผู้สนใจจะได้ยินผู้ให้บริการ หรือ ศูนย์บริการเคลือบแก้ว บอกว่า รถเคลือบแก้ว ล้างทำความสะอาดง่ายมาก แค่ใช้น้ำเปล่าก็สามารถล้างรถให้กลับมาสะอาดเหมือนใหม่ได้ แต่… เรื่องนี้เป็นไปได้จริงๆ หรือ

 

          เหตุผลก็เพราะรถที่เราใช้งานทุกวันต้องเผชิญกับฝุ่นผง มลพิษและสิ่งสกปรกต่างๆ นานา บนท้องถนนและการจอดกลางแจ้งอยู่ตลอดเวลา คราบเหล่านี้เป็นที่ทราบกันดีในหมู่ของคนที่ล้างรถด้วยตัวเองว่า มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่เราจะสามารถทำความสะอาดชะล้างออกไปจากผิวรถได้ ต้องใช้แชมพูล้างรถ หรือสารทำความสะอาดเฉพาะอีกมากมาย เพื่อล้างเอาคราบสกปรกต่างๆ เหล่านั้นออกจากรถไปได้ รวมถึงการใช้ผ้าเช็ดถูซึ่งเป็นเรื่องที่เปลืองแรงสาหัสเอาการกว่ารถของเราจะกลับมาสะอาด แล้วการใช้แค่น้ำเปล่าๆ ล้างมันจะเป็นไปได้หรือที่จะทำให้ รถยนต์เคลือบแก้ว ของเรากลับมาเงางามเหมือนเดิมได้ เป็นเรื่องที่ค่อนข้างเชื่อได้ยากเอาการ ว่าแค่การทำ เคลือบแก้ว จะสามารถมีประสิทธิภาพได้ขนาดนั้น และอาจจะเป็นไปได้ว่านี่เป็นแค่การโฆษณาเพื่อสร้างความสนใจเท่านั้น…

 

รถเคลือบแก้วล้างด้วยน้ำเปล่าก็สะอาดได้จริงหรือ

 

         เรื่องนี้ก่อนที่เราจะตอบคำถาม อยากขอให้ท่านที่สนใจโปรดชมคลิปด้านล่าง ซึ่งเป็นการถ่ายทำด้วยกล้องจากโทรศัพท์มือถือ ที่ไม่มีการตัดต่อหรือตกแต่งภาพมาแต่อย่างใดเสียก่อน… เป็นการล้างรถที่ผ่านการทำ เคลือบแก้ว ด้วยน้ำเปล่าเพื่อให้เห็นจริงว่าทำได้หรือไม่

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=QI6J36mJX4c" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=QI6J36mJX4c</a>

จากภาพและเสียง ท่านคงได้เห็นไปแล้วว่า คำบอกเล่าที่ว่า “รถเคลือบแก้วแค่ใช้น้ำเปล่าล้างก็สะอาด” เป็นจริงได้หรือไม่ที่นี้เรามาดูกันต่อว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น…

 

สาเหตุที่ทำให้รถยนต์เคลือบแก้วล้างได้โดยใช้แค่น้ำเปล่าแล้วสะอาด

          เกิดจากปฏิกิริยาของสารใน น้ำยาเคลือบแก้ว ที่มีประสิทธิภาพในด้านความลื่น ไม่ป้องกันการเกิดไฟฟ้าสถิต ที่ทำให้ฝุ่นไม่สามารถเกาะติดรถแน่นได้ มันจะปกคลุมอยู่เพียงชั้นผิวบนสุดเท่านั้น ไม่สามารถลงไปยึดกับผิวสีของรถได้ ดังนั้นเมื่อเวลาที่เราฉีดน้ำลงไป ดังที่เห็นในคลิป ฝุ่นก็จะถูกชะล้างออกไปจากผิวสีของรถได้อย่างง่ายดาย
อย่างไรก็ตามไม่ได้มีข้อห้ามในเรื่องการล้าง รถเคลือบแก้ว ด้วยแชมพูล้างรถ และก็ไม่ได้มีการห้ามไม่ให้ทำการเคลือบแว็กซ์ซ้ำ เพียงแต่ว่าเจ้าของรถที่ไปใช้บริการ ควรสอบถามถึงผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมเพื่อใช้ในการดูแลรถหลังทำการ เคลือบแก้ว ให้ชัดเจนเสียก่อน และที่สำคัญก็คือ ควรเข้ามารับบริการหลังการขายอย่างสม่ำเสมอ เราก็จะมีรถที่สวยงามและทำความสะอาดได้ง่ายให้ใช้ไปได้อีกนาน…

ที่มา:
https://albatroscarcare.com/2016/12/20/glass-coating_040/

ออฟไลน์ top911

  • สมาชิก 10 ไมล์
  • **
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 4862
  • กระทู้: 18
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพฯ
  • ชื่อเล่น: นนท์
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
Re: ขี้นกทำลายสีรถลึกกว่าที่คิด
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: 21 ธ.ค. 2016, 12:29:59 »
รถป้ายแดงทำเคลือบแก้วทำไมต้องขัดก่อน



        ในกระบวนการทำ เคลือบแก้ว ท่านที่เคยไปใช้บริการมาแล้วย่อมทราบดีว่า ไม่ใช่มาถึงก็จะมีการทาหรือพ่น น้ำยาเคลือบแก้ว ลงบนพื้นผิวรถทันที ยังต้องผ่านขั้นตอนการเตรียมพื้นผิวให้มีความเรียบและพร้อมเสียก่อนที่เรียกกันว่าขั้นตอนการ เคลียร์ผิว ซึ่งขั้นตอนนี้มีความสำคัญมาก และในรถที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว การทำขั้นตอนนี้ทำให้รถมีความสว่างและขจัดริ้วรอย แต่อย่างไรก็ตาม มีผู้สนใจสอบถามมาว่ากรณีที่เป็นรถใหม่ พึ่งออกมาจากโชว์รูม ยังต้องผ่านขั้นตอนนี้ด้วยหรือไม่

รถใหม่ป้ายแดงก็ต้องขัดเคลียร์ผิวก่อนทำเคลือบแก้ว

            เรื่องนี้เกิดจาก  มีคำถามจากลูกค้าที่เพิ่งซื้อรถ หรือกำลังจะซื้อรถว่า รถเพิ่งออกจากโชว์รูมมาหมาดๆ  หากต้องการนำมาทำ เคลือบแก้ว จำเป็นที่จะต้องขัดผิวก่อนหรือไม่   เหตุใดจึงไม่เริ่มลงมือทำ รถเคลือบแก้ว เลยทันที เนื่องจากรถใหม่สภาพสียังสมบูรณ์ และยังไม่มีริ้วรอยขูดขีดที่ผิว ทำไมยังต้องนำมาขัดก่อนอีก…

สำหรับเรื่องนี้ มันเป็นเรื่องเทคนิคเฉพาะในการทำ เคลือบแก้ว อย่างถูกวิธี แต่ก็มีบ้างที่ ศูนย์บริการเคลือบแก้ว บางแห่งไม่ทราบขั้นตอนสำคัญนี้ จึงอาจจะนำรถใหม่ที่เพิ่งซื้อมา นำมาทำ เคลือบแก้วรถยนต์ เลยโดยที่ไม่มีการเตรียมพื้นผิวด้วยการขัด เคลียร์และเตรียมพื้นผิวเสียก่อน เพราะเห็นว่ารถใหม่ผิวมีความสมบูรณ์พร้อมไม่ต้องทำอะไรอีก เป็นผลให้คิดว่านี่เป็นงานง่ายๆ  สามารถที่จะคิดราคาถูกๆ ได้ แต่… ในความเป็นจริง ไม่ได้เป็นเช่นนั้น…

หากเรานำรถใหม่ที่เพิ่งถอยออกมาจากโชว์รูม นำมาเข้าห้องทำ เคลือบแก้ว ที่มีแสงสว่างจากไฟในการทำงานเพื่อสำรวจพื้นผิวแล้ว สภาพความเป็นจริงจะปรากฏขึ้นมา มันจะมีริ้วรอยปัญหาฟ้องขึ้นมา ซึ่งทำให้เราเห็นได้ว่า รถใหม่นั้นก็หาได้มีสภาพสีสมบูรณ์พร้อมที่จะลง น้ำยาเคลือบแก้ว อย่างที่เราเข้าใจไม่ มันสามารถมีริ้วรอยความผิดปกติและรอยปัญหาที่เกิดจากมลภาวะ การทำงาน การขนส่ง และอื่นๆ ได้เช่นเดียวกัน ไม่สมบูรณ์เต็มเปอร์เซ็น ดังนั้นในการ เคลือบแก้วรถ เราจำเป็นที่จะต้องนำรถใหม่มาเข้ากระบวนการเตรียมผิว อย่างเต็มระบบเสียก่อนที่จะทำการเคลือบแก้ว


เหตุผลที่รถป้ายแดงต้องเคลียร์ผิวก่อนเคลือบแก้ว มี 2 ประการด้วยกันคือ

1.    ผลิตภัณฑ์ที่ใช้บนรถที่ออกจากโชว์รูม ไม่เหมาะในการเคลือบแก้วทันที
ผลิตภัณฑ์ที่ว่า นั่นแบบเป็นสองส่วนคือ น้ำยาขัดนั้นอาจเป็นสูตร oil base ซึ่งไม่นิยมมาเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับการทำเคลือบแก้ว เนื่องจากวัตถุดิบหลักมีส่วนผสมของน้ำมัน รวมถึงการเคลือบ Wax เพื่อให้ดูเงางามมาก่อน นั่นอาจทำให้การลงน้ำยาเคลือบแก้วมีประสิทธิภาพได้ไม่ดีเพียงพอ ความคงทนต่อการชะล้างจะน้อยลง เป็นต้น เนื่องจากน้ำยาเคลือบแก้วที่ลงไปจะมีปฏิกิริยาในด้านการยึดเกาะกับสีรถได้ไม่ดีเพียงพอ เนื่องจากมีน้ำมันมาคั่นกลาง อายุการใช้งานในการรักษาความสะอาดตนเอง(Self Cleaning )ก็จะลดลงไปด้วยเช่นกัน

2.    พื้นผิวรถยนต์ยังไม่เงาใสเต็มที่
ไฟในห้องโชว์รูม มีเพียงไฟดาวน์ไลท์เฉดสีเดียว นั่นทำให้รถที่ถูกขัดชักเงามาจะดูสวยงามแล้ว แต่หากเรานำรถที่เพิ่งรับมอบจากโชว์รูมมาเข้าห้องขัด ที่มีไฟ 2เฉดสี วอร์ม และไวท์ตัดกัน จะเห็นร่องรอยมลภาวะได้อย่างชัดเจน เนื่องจากการขัดส่งมอบรถนั้นมาอาจมีไฟทำงานไม่เพียงพอ หรือขัดไม่เต็มระบบ ดังนั้น เราจำเป็นต้องนำรถที่เพิ่งออกมาจากโชว์รูมมาเตรียมผิวเต็มระบบ หรือการขัดแบบ Show Car Program ซึ่งการเตรียมผิวลักษณะนี้ ช่างผู้ปฏิบัติจะต้องมีความชำนาญ และใส่ใจในรายละเอียดเป็นอย่างมาก เพราะต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน

เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว การเลือกศูนย์บริการเคลือบแก้วที่มีความเข้าใจในเรื่อง เคลือบแก้ว อย่างลึกซึ้งจึงเป็นส่วนสำคัญ ไม่เช่นนั้น เราอาจได้เคลือบแค่ความรู้สึก แต่อาจไม่ได้การปกป้องได้อย่างเต็มที่ อีกทั้ง เราอาจพลาดความเงางามอย่างเต็มที่ ที่รถเราควรจะได้จากการเตรียมผิวก่อนการทำเคลือบแก้วที่ถูกต้องอีกด้วย

ที่มา :
https://albatroscarcare.com/2016/12/21/glass-coating_041/

ออฟไลน์ top911

  • สมาชิก 10 ไมล์
  • **
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 4862
  • กระทู้: 18
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพฯ
  • ชื่อเล่น: นนท์
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
Re: ขี้นกทำลายสีรถลึกกว่าที่คิด
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: 23 ธ.ค. 2016, 21:12:50 »
เคลือบ Wax อาจใสไม่แพ้เคลือบแก้ว แต่ไม่เหมือนกัน



           เชื่อว่าสำหรับคนที่มีความสนใจในเรื่องการทำ เคลือบแก้ว ส่วนใหญ่นิยมค้นหาข้อมูลด้วยตัวเองก่อนที่จะตัดสินใจ ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกต้องที่เราควรหาข้อมูลเพื่อให้เข้าใจดีเสียก่อนค่อยตัดสินใจว่าจะทำหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม ในการหาข้อมูลจะต้องเข้าใจประเด็นหลักให้ชัดเจนก่อน อย่างเช่น อาจจะพบข้อความความเห็นจำนวนไม่น้อยว่า รถเคลือบ Wax ก็มีความเงางามสวยได้ไม่แพ้ รถเคลือบแก้ว เช่นเดียวกัน ซึ่งเรื่องนี้ก็อาจจะจริง แต่… นั่นเป็นแค่ส่วนเล็กๆ ส่วนเดียวเท่านั้น

 

เคลือบ Wax เงาสวยไม่แก้ เคลือบแก้ว แต่แตกต่างกัน

 

          อาจจะเป็นความจริงที่ว่าหากเรามีการล้างและขัดเคลือบ Wax อยู่เสมอรถของเราก็จะมีความเงางามสวยใสได้ไม่แพ้รถที่ผ่านการ เคลือบแก้ว มาได้จริงๆ แต่อย่างไรก็ตาม คุณสมบัติในด้านความเงางามสดใส เป็นเพียงคุณสมบัติส่วนหนึ่งของการทำ เคลือบแก้วรถยนต์ เท่านั้น มิหนำซ้ำ ยังเป็นเรื่องที่สามารถนำมาเทียบกันได้เฉพาะรถที่พึ่งล้างและลง Wax มาใหม่ๆ ซึ่งอาจจะสวยงามไม่แตกต่าง แต่… เมื่อเวลาผ่านไป รถที่เคลือบ Wax ย่อมสู้ไมได้ เนื่องจากคุณสมบัติในการเกาะติดพื้นผิวสีรถของ Wax อยู่ได้ไม่นาน หลุดหายไปได้ง่ายในเวลาไม่นานเท่านั้น แตกต่างจากชั้นฟิล์มของการทำ เคลือบแก้ว ที่ติดทนยาวนาน แทบจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของสีรถไปเลย และการเคลือบ  Wax รถจะหมดสวยได้ในเวลาแค่ 1 – 2 สัปดาห์เท่านั้น แต่การ เคลือบแก้วรถ อยู่ได้นานกว่านั้นมาก

นอกจากสวยเงางาม เคลือบแก้ว ยังมีข้อดีอื่นที่เหนือกว่า

         นอกเหนือจากเรื่องของความเงางาม ที่เคลือบ Wax สามารถมีความสวยได้ใกล้เคียงกับการ เคลือบแก้ว ได้เพียงแค่ในช่วงแรกๆ ไม่กี่วันแล้ว คุณสมบัติในด้านอื่นๆ ของ รถเคลือบแก้ว ยังมีเรื่องอื่นๆ ที่เหนือกว่าอีก ไม่ว่าจะเป็นด้านของความแข็ง ที่สามารถลดความเสียหายหรือลดโอกาสในการเกิดริ้วรอยบนผิวสีรถได้เป็นอย่างดี และยังมีในเรื่องของความลื่น ที่ทำให้รถสกปรกยาก ทำความสะอาดง่าย ใช้เวลาน้อยใช้แรงน้อย ทำเองได้ง่ายๆ และที่สำคัญไม่ต้องทำบ่อยๆ
ดังนั้น หากเราจะเอาเพียงแค่เรื่องของความสวยงามเงามันจากการเคลือบ Wax มาเทียบกับการ เคลือบแก้ว ก็เห็นจะเป็นเรื่องที่ไม่ครอบคลุมชัดเจนในคุณสมบัติทั้งหมด อีกทั้งสามารถนำมาเทียบได้ในช่วงแรกๆ ของการเคลือบมาใหม่ๆ เท่านั้น ในระยะยาวออกไป ความสวยงามและการปกป้องไม่สามารถที่จะเทียบเท่าได้ แถมยังต้องทำบ่อยๆ หากต้องการให้สวยเงาแบบนั้นเสมอ หากทำเองก็เหนื่อยแรง หากไปจ้างก็เสียเงินบ่อย ซึ่งหากต้องทำบ่อยๆ การ เคลือบ Wax อาจจะมีราคารวมไม่ต่างจากการทำ เคลือบแก้วรถ เลยก็ได้เมื่อเอาระยะเวลาในการใช้งานมาเทียบกัน…

ที่มา
https://albatroscarcare.com/2016/12/22/glass-coating_042/

ออฟไลน์ top911

  • สมาชิก 10 ไมล์
  • **
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 4862
  • กระทู้: 18
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพฯ
  • ชื่อเล่น: นนท์
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
Re: ขี้นกทำลายสีรถลึกกว่าที่คิด
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: 24 ธ.ค. 2016, 18:25:38 »
ศูนย์บริการเคลือบแก้วที่ดีดูจากตรงไหน

          การทำ เคลือบแก้ว เป็นวิธีการในการดูแลสีรถได้ดีมากที่สุดอย่างหนึ่ง เนื่องจากเป็นการสร้างชั้น ฟิล์มใสที่มีความแข็งและลื่นปกป้องเคลือบสีแท้ของรถเอาไว้อีกชั้นหนึ่ง แต่การจะทำ เคลือบแก้วรถ ให้ได้ผลออกมาดี เราจำเป็นที่จะต้องเลือกผู้ให้บริการ หรือ ศูนย์บริการเคลือบแก้ว ที่มีประสิทธิภาพก่อน เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะการบริการแต่ละที่อาจจะมีประสิทธิภาพในการทำที่ไม่เท่ากัน ทำให้ได้ผลของการปกป้องและความสวยงามที่ไม่เท่ากันด้วย แต่… เราจะสามารถเลือกศูนย์บริการอย่างไรจึงจะมั่นใจได้ว่า เป็นผู้ให้บริการที่ดี

ศูนย์ให้บริการเคลือบแก้วที่ดีดูได้จากตรงไหน

          สำหรับในขั้นตอนการเลือก ศูนย์บริการเคลือบแก้ว เพื่อให้ได้ผู้ให้บริการทำ เคลือบแก้ว ที่ดี เราสามารถดูได้จาก 3 เรื่องหลักๆ ก็คือ…

1.    มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำ เคลือบแก้ว เป็นอย่างดี เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะหากผู้ให้บริการขาดความเข้าใจแบบที่เรียกได้ว่ารู้จริงแล้วล่ะก็ ผลงานที่ได้ออกมาก็คงดีมีคุณภาพสมบูรณ์ไม่ได้ เรื่องนี้สามารถทราบได้จากการสอบถามถึงเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับการ เคลือบแก้วรถ ยิ่งเขามีความรู้มาก ก็ยิ่งสามารถอธิบายให้เราเข้าใจได้มาก สามารถตอบได้ชัดเจนในทุกประเด็น และสามารถให้คำแนะนำได้อย่างชัดเจน ไม่ใช่เอาแต่เน้นหาทางขายๆ ซึ่งแบบนั้นเราอาจจะได้ยินแต่โฆษณาชวนเชื่อเพื่อเน้นให้เรายอมตัดสินใจซื้อบริการก็เป็นไปได้

2.    มีบุคลากรที่มีความชำนาญ เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะหากขาดบุคลากร ที่มีทักษะประสบการณ์ในการทำ เคลือบแก้ว แล้ว ก็ย่อมไม่สามารถสร้างสรรค์ผลงานที่ดีออกมาได้ ซึ่งเรื่องนี้ดูได้จากผลงานที่ผ่านมาของเขา ซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจนว่าทำงานออกมาได้จริงดังคำพูดในข้อที่ 1 หรือไม่ และเรื่องนี้ไม่ง่ายที่จะลอกเลียนแบบกัน เพราะต้องใช้ระยะเวลาในการฝึกฝนและผ่านประสบการณ์ทำงานมาช่วงระยะเวลาหนึ่ง

3.    มีอุปกรณ์และผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ นอกเหนือจากความรู้และทักษะ อุปกรณ์ในการใช้ทำ เคลือบแก้ว ก็เป็นเรื่องที่สำคัญ หากไม่มีอุปกรณ์ที่เหมาะสม น้ำยาเคลือบแก้ว ที่มีประสิทธิภาพก็ทำงานคุณภาพสูงออกมาได้ยาก เราสามารถสังเกตจากเครื่องไม้เครื่องมือที่เขาใช้ และท่าทางในการทำงาน ว่ามีอะไรบ้าง และสอบถามเพิ่มเติมได้ว่าทำไมต้องใช้อุปกรณ์นั้นๆ ผู้ที่มีประสบการณ์และรู้จริงสามารถอธิบายให้เราทราบได้อย่างชัดเจน

ทั้ง 3 เรื่องนี้เป็นสิ่งที่เราสามารถใช้สังเกตเพื่อตัดสินใจเลือก ศูนย์บริการเคลือบแก้ว ได้ว่าเราควรเอารถของเราไปทำ เคลือบแก้ว กับเขาหรือไม่ หรือควรเอาไปทำกับผู้ให้บริการรายได้ หากที่ไหนมีครบทั้ง 3 อย่าง ก็สามารถมั่นใจได้ว่าเราจะได้ รถเคลือบแก้ว ที่มีประสิทธิภาพกลับมาใช้งานเป็นที่แน่นอน

ที่มา :
https://albatroscarcare.com/2016/12/23/glass-coating_043/

ออฟไลน์ top911

  • สมาชิก 10 ไมล์
  • **
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 4862
  • กระทู้: 18
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพฯ
  • ชื่อเล่น: นนท์
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
Re: ขี้นกทำลายสีรถลึกกว่าที่คิด
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: 25 ธ.ค. 2016, 11:43:27 »
ทำไมเคลือบแก้วแล้วน้ำไม่เกาะผิวรถ


เชื่อว่าหนึ่งในเรื่องที่ผู้สนใจทำ เคลือบแก้ว จะได้เห็นผู้ประกอบการหรือ ศูนย์บริการเคลือบแก้ว นำมาแสดงให้เห็นอยู่บ่อยครั้งอย่างหนึ่งในเรื่องประสิทธิภาพของการทำ เคลือบแก้วรถ ก็คือ เรื่องที่เมื่อผ่านการเคลือบมาแล้วน้ำจะเกาะที่ผิวสีของรถ คือ อาจจะเป็นการสาดน้ำ หรือราดน้ำลงไปบนผิวรถแล้วน้ำไหลออกไปหมดแทบไม่เหลือหยดน้ำเกาะติดอยู่เลย ซึ่งเรื่องนี้ทำให้เห็นได้ชัดว่าพื้นผิวที่ผ่านการเคลือบมาแตกต่างจากรถธรรมดา แต่ทราบหรือไม่ว่าทำไมมันจึงเป็นเช่นนั้นและมันเกิดจากอะไรให้ผลดีอย่างไรกับรถของเรา…

 

เหตุผลที่เมื่อเคลือบแก้วแล้วน้ำไม่เกาะรถ

          เรื่องนี้เกิดจากปฏิกิริยาที่เรียกว่า hydrophobic interaction ซึ่งหมายถึง ปฏิกิริยาไม่ชอบน้ำ ที่มีอยู่ในตัวของ น้ำยาเคลือบแก้ว ซึ่งเมื่อทำการ เคลือบแก้ว ลงไปบนผิวรถแล้วชั้นฟิล์มใสที่ผิวรถของเราจะมีลักษณะเป็นโมเลกุลไร้ขั้ว ไม่มีการแตกตัวของไอออน จึงไม่เกิดแรงเหนี่ยวนำระหว่างโมเลกุล ดังนั้นพอน้ำมาโดนก็ไม่สามารถเกิดสภาพแรงตึงผิว เราจึงเห็นหยดน้ำมีลักษณะไหลกลิ้งออกไปจากผิวรถแทบทั้งหมด น้ำไม่เกาะติดผิวอยู่เลย หรือบางคนก็เรียกว่านี่คือคุณสมบัติในด้านความลื่นของการทำ เคลือบแก้ว ที่เกิดขึ้นกับรถของเราได้

 

ผลดีของการที่น้ำไม่เกาะหลังจากเคลือบแก้วแล้ว

          ข้อดีที่เกิดขึ้นจากสภาพที่เราเห็นว่าน้ำไม่เกาะติดผิวรถนั้นมีอยู่หลายประการด้วยกัน ไม่ใช่แค่ ทำให้เห็นว่าน้ำไม่เกาะเท่านั้น อันที่จริงการที่น้ำไม่เกาะที่ผิว สามารถทำให้เราสบายใจได้ในเรื่องของความลื่นว่าจะไม่มีอะไรมาเกาะติดแน่นที่ผิวสีรถของเราได้ ซึ่งมันมีอยู่มากมายหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นผง หรือคราบสกปรก ที่แน่นอนว่าหากเจอกับความชื้นหรือหยดน้ำจะสามารถสร้างรอบคราบฝังแน่นและขจัดออกยากได้ในรถทั่วไป แต่สำหรับ รถเคลือบแก้ว เราสามารถวางใจได้ว่ามันจะไม่กลายเป็นคราบติดแน่นและเมื่อ เคลือบแก้ว แล้วก็ยังทำความสะอาดได้ง่าย เพราะแท้จริงแล้วมันไม่ได้เกาะติดผิว นอกจากนี้ก็ยังมีพวกมลพิษที่เกิดจากควันในการเผาเชื้อเพลิงน้ำมัน ฝนกรด ที่ทิ้งรอยคราบและกัดสีรถ รวมไปถึงคราบหินปูนที่เกิดจากฝุ่นผงที่โดนความชื้นแล้วเกิดการละลายออกมาที่มักเห็นเป็นคราบขาวๆ หรือที่เรียกว่าสนิมน้ำ พวกนี้เราสามารถวางใจได้ ตลอดจนยางไม้ มูลนก ที่มีอันตรายต่อสีรถ ก็สามารถชะลอความเสียหายได้เป็นอย่างดี เพราะมันไม่ติดแน่นจนทำลายสีแท้ของรถได้อย่างรวดเร็ว พอมีเวลาจัดการได้อยู่

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=oXcS3RdnGXg" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=oXcS3RdnGXg</a>

          นี่เป็นเหตุผลหรือสาเหตุที่ว่าทำไมเมื่อรถผ่านการทำ เคลือบแก้ว มาแล้วน้ำไม่เกาะติดผิวรถและข้อดีของมันที่มีให้เรามากกว่าความน่าตื่นตาของหยดน้ำที่เด้งออกไปจนหมด หากสนใจก็ลองปรึกษา ศูนย์บริการเคลือบแก้ว ที่ได้มาตรฐาน และไปรับบริการทำ รถเคลือบแก้ว เพื่อที่รถของเราจะได้สวยงามทนทานอยู่ได้นานมากกว่าเดิม

ที่มา:
https://albatroscarcare.com/2016/12/25/glass-coating_045/

ออฟไลน์ top911

  • สมาชิก 10 ไมล์
  • **
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 4862
  • กระทู้: 18
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพฯ
  • ชื่อเล่น: นนท์
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
Re: ขี้นกทำลายสีรถลึกกว่าที่คิด
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: 26 ธ.ค. 2016, 21:52:59 »
เคลือบแก้วระบบทากึ่งพ่นหนึ่งในคำตอบที่ดีที่สุดในการเคลือบแก้ว !!



            ในครั้งก่อนเราได้นำเสนอบทความเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบบของการทำ เคลือบแก้ว ที่มีอยู่สองแบบกันแล้ว นั่นก็คือ เคลือบแก้วระบบทา และ เคลือบแก้วระบบพ่น ซึ่งก็เชื่อว่าท่านที่สนใจได้เห็นข้อเปรียบเทียบของการเคลือบทั้งสองระบบ ทั้งข้อดีข้อและข้อด้อยที่แตกต่างกันไป คราวนี้เราอยากจะขอนำเสนอการทำ เคลือบแก้วรถ ระบบใหม่ ที่มีความน่าสนใจและสามารถที่จะตอบโจทย์ความคุ้มค่า เป็นการทำเคลือบปกป้องแบบเต็มระบบอีกหนึ่งทางเลือก มาให้ท่านที่สนใจได้ทำความเข้าใจกันเพิ่มเติมกัน นั่นก็คือ... “เคลือบแก้วระบบทากึ่งพ่น”

อ่านต่อ...
https://albatroscarcare.com/2016/12/26/glass-coating_046/


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26 ธ.ค. 2016, 21:54:49 โดย top911 »

Tags: