ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
สมัครสมาชิกคลับ!! | กฏกติกามารยาท | กฏระเบียบห้องซื้อขาย-ร้านค้า
ช่องทางสำรองในการติดต่อสื่อสาร เฟสกลุ่ม อย่าลืมแอ๊ดกันไว้ด้วยนะครับ >> http://www.facebook.com/groups/NewFortunerClubThailand/ประกาศ!! แจ้งเปลี่ยนแปลงวิธีการโพสตั้งกระทู้ใหม่
สมาชิกใหม่ต้องทำการตอบกระทู้ หรือคอมเม้นท์ให้ครบ 3 โพสก่อน จึงจะเริ่มตั้งกระทู้ใหม่ได้


สั่งซื้อสติ๊กเกอร์ NewFortunerClubThailand พร้อมหมายเลข NFC ได้ที่นี่!!

ผู้เขียน หัวข้อ: รีวิวน้ำมันเครื่อง PTT Dynamic Commonrail กับความรู้เรื่องรันอิน  (อ่าน 19823 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ jay009

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 19276
  • กระทู้: 4
  • พลังน้ำใจ : 1
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพ
  • ชื่อเล่น: เจ
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
 Share 
รีวิวน้ำมันเครื่อง PTT Dynamic Commonrail กับความรู้เรื่องรันอิน

ก็รู้ๆกันอยู่ครับว่ารถใหม่ๆสมัยนี้ไม่มีรันอิน 1,000 กม. แรกเหมือนรถ 10 ปีก่อน ออกป้ายแดงมาจากศูนย์ เช็คระยะถ่ายน้ำมันเครื่องครั้งแรกก็ไปโน่นเลยครับ 10,000 กม. ถ้วน ถามว่าทำไมรถสมัยนี้ไม่มีรันอินแล้ว ? ขอตอบครับ 1.กระบอกสูบในเครื่องยนต์นั้นเป็น “ทรงกลม” ก็จริงใครก็ทราบ แต่เวลาลูกสูบมันวิ่งขึ้นๆลงๆเนี่ย มันมีแรงขืนไปด้านข้างด้วยจากแรงกระทำของข้อเหวี่ยง ทำให้กระบอกสูบจากทรงกระบอกทรงกลมตรงๆเนี่ยมันกลายเป็นวงรีนิดๆ และรูปทรงจะคงที่เมื่อพ้นระยะ 1,000 กิโลแรกที่เราเรียกว่า “รันอิน” นั่นคือเหตุผลว่าทำไมรถสมัยก่อน 1,000 กิโลแรกถึงค่อนข้างจะกินน้ำมัน และคันไหนซวยหน่อยก็อาจจะเจออาการสูบติดด้วยถ้าขับไม่ระวัง พอถ่ายน้ำมันเครื่องออกมานี่ดำปี๋ครับ ดำเพราะเศษโลหะที่มันเสียดสีกันออกมานี่แหละปนออกมากับน้ำมันเครื่องค่อนข้างจะเยอะเป็นพิเศษจากเหตุผลที่กล่าวไป
 แต่รถสมัยนี้ กระบอกสูบถูกผลิตไม่กลมเป๊ะเหมือนเมื่อก่อน เค้าทำออกมาเป็นวงรีนิดๆเหมือนรถที่พ้นรันอินมาแล้วเรียบร้อย รับรถกันออกมาเมื่อไหร่ก็ซัดกันได้เต็มเหนี่ยวไม่ต้องกลัวสูบติด (แต่ยั้งๆไว้บ้างก็ดีครับ บางทีความซวยมันไม่เข้าใครออกใคร) ส่วนใครที่เพิ่งถอยรถใหม่ป้ายแดงมาแล้ว “ไม่เชื่อ” ว่ารถสมัยนี้ไม่ต้องรันอินก็ไม่เป็นไรครับ ครบ 1,000 กิโลลองถ่ายน้ำมันเครื่องออกมาดูได้ ใสแจ๋วเหมือนเพิ่งเติมเมื่อวาน


 
เหตผลข้อ 2 ก็ง่ายๆครับ เทคโนโลยีการผลิตเครื่องยนต์สมัยนี้มันดีกว่าเมื่อก่อนเยอะ ผลิตออกมาแล้วชิ้นส่วนมีความพอดีเป๊ะ และสะอาดกว่าเดิมมาก ทำให้เครื่องยนต์พร้อมใช้งานทันทีไม่ต้องรอให้ชิ้นส่วนมันเสียดสีกันจนเข้ารูปเข้ารอย


 
ฟอจูนเนอร์ขาวอวบคันเก่งขอผมก็เช่นกันครับ เผลอแปปเดียวถึง 10,000 กิโลแรกซะแล้ว และก็ได้เวลาถ่ายมันเครื่องครั้งแรก เพื่อความชัวร์ ผมจึงขอเลือกน้ำมันเครื่องที่สามารถล้างสิ่งสกปกจากการใช้งาน 10,000 โลแรกออกให้หมดจด และปกป้องเครื่องยนต์ลดโอกาสที่สิ่งสกปกอื่นๆจะเกาะกินชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ในอนาคต ผมจึงเลือกใช้น้ำมันเครื่อง PTT Dynamic Commonrail สูตรใหม่ล่าสุดจาก ปตท. ที่มี เทคโนโลยี CLEAN AND LOCK ทั้งทำความสะอาดและปกป้องไปพร้อมๆกัน เรียกว่าดูแลกันให้ดีตั้งแต่รถยังใหม่ๆนี่แหละครับ จะได้ไม่เหนื่อยกันมากตอนที่มันเริ่มจะแก่ตัว
 



 
น้ำมันเครื่อง PTT Dynamic Commonrail มีความหนืดให้เลือก 2 เบอร์คือ 10W-30 กับ 15W-40  ถามว่าต่างกันอย่างไรก็ตอบง่ายๆว่า เบอร์ 30 นั้นจะมีความหนืดที่น้อยกว่า 40 ความหนืดที่มากกว่าจะสามารถปกป้องเครื่องยนต์ได้ดีกว่าก็จริง แต่จะแลกมาด้วยอัตราเร่งที่หน่วงกว่า และกินน้ำมันมากกว่าเล็กน้อย ตอนนี้รถของผมเครื่องยนต์ยังสดใหม่อยู่จึงขอเลือกใช้เบอร์ 30 ก่อนตามสเปคที่คู่มือรถระบุไว้ เมื่อไหร่อายุการใช้งานที่มากขึ้นกว่านี้ถึงค่อยขยับขึ้นเป็นเบอร์ 40 ครับ
 







 
การเปลี่ยนถ่ายครั้งนี้ผมใช้บริการของ Fit Auto สาขาประเวศ เพราะสะดวก รวดเร็ว มีความพร้อมเทียบเท่าศูนย์บริการมาตรฐานของ Toyota รถทุกคันที่บ้านผมเอาเข้าที่นี่หมดครับ
 








 
ขั้นตอนแรกก่อนจะเติมของใหม่เข้าไปมันก็ต้องเอาของเก่าออกก่อน เรามาดูสีกันครับว่า 10,000 โลแรกของรถใหม่ๆเนี่ย มันดำมากน้อยขนาดไหน จะจริงไม่จริงอย่างที่ผมอธิบายเรื่องรันอินไปในตอนต้นหรือไม่





จากสีที่เห็นก็พอจะตอบได้แล้วนะครับ ขนาด 10,000 โลแรกสียังมีความใสปนเขียวๆ ใครไปถ่ายออกตอน 1,000 กิโลเพราะเข้าใจว่าเป็นระยะรันอินผมเสียใจด้วยจริงๆครับ (ฮา) แต่ถ้าใครสบายใจจะเปลี่ยนก็ไม่ว่ากันจร้าาา นอกจากเรื่องรันอินแล้ว อีกอย่างที่ชอบเข้าใจกันผิดๆก็คือเรื่องสีของน้ำมันเครื่องที่ใช้แล้วนี่แหละครับ ได้ยินบ่อยจริงๆว่า ของดีถ่ายออกมาต้องไม่ดำ ถ้ามันไม่ดำแล้วสิ่งสกปกจากการทำงานของเครื่องยนต์มันหายไปไหนครับใครตอบผมที ? เพราะฉะนั้นได้ยินแบบนี้อีกอย่าไปเชื่อครับ น้ำมันเครื่องที่ดีคือต้องชะล้างสิ่งสกปกออกมาได้หมด





จด ไม่ใช่ถ่ายออกมาแล้วไม่ดำนะ
 
ถ่ายออกแล้วก็ต้องเติมกลับ รถ Fortuner ของผมคันนี้เครื่องยนต์ 2.8 ใช้น้ำมันเครื่องทั้งหมด 7.5 ลิตร เท่ากับว่าผมต้องใช้ 1 แกลลอนใหญ่ + เล็ก เติมแล้วอย่าลืมสตาร์ทเครื่องทิ้งไว้สักครู่ให้น้ำมันไหลเวียนในระบบ ดับเครื่องอีกสักครู่ แล้วค่อยลองดึงก้านวัดมาดูว่าพอดีหรือยัง อย่าวัดตอนเครื่องยนต์ยังทำงานอยู่นะครับ เพราะคุณอาจจะตกใจว่าน้ำมันเครื่องกูหายไปไหนหมด จริงๆมันไม่ได้หายครับแต่ถ้าเครื่องยนต์ทำงานอยู่น้ำมันจะถูกหมุนเวียนไปใช้ตามส่วนต่างๆภายในห้องเครื่อง
 
 




หลังจากการถ่ายน้ำมันเครื่องครั้งแรก และได้ลองใช้งานในชีวิตประจำวันก็พอจะสรุปได้ว่าน้ำมัน PTT Dynamic Commonrail นั้นมันช่างเหมาะกับรถที่ใช้งานอย่างหนักหน่วงสาหัสจริงๆ การขับขี่โดยรวม อัตราเร่ง อัตราการซดน้ำมัน ทำได้ดีใกล้เคียงกับน้ำมันสังเคราะห์แท้ของศูนย์ที่ราคาแพงกว่าเท่าตัว คุณสามารถใช้น้ำมันดีๆ ที่เปลี่ยนถ่ายได้ทุกเดือน ถ้าใช้รถหนักๆเดือนละ 4-5 พัน กม. แบบไม่เป็นภาระเงินในกระเป๋า แถมยังได้เทคโนโลยี CLEAN AND LOCK ที่นอกจากจะทำความสะอาดเครื่องยนต์แล้วยังคอยป้องกันสิ่งสกปกในอนาคต เรียกได้ว่าเริ่มปกป้องเครื่องยนต์กันตั้งแต่วันนี้ ดีกว่ามาคอยแก้ไขกันในวันที่สายเกินไป เกือบลืมบอกไปวันนี้คุณยังสามารถหาซื้อน้ำมันเครื่อง PTT Dynamic Commonrail ได้แบบง่ายๆในมือถือของคุณผ่านแอพ Lazada สะดวก รวดเร็ว ส่งตรงถึงหน้าบ้านอีกด้วย รีวิวนี้อาจเป็นรีวิวแรกของผม หากผิดพลาดอะไรไปต้องขออภัยมา ณ. ที่นี้ครับ คราวหน้าจะหาอะไรมารีวิวต่อโปรดติดตาม ขอบคุณครับ
 




สั่งซื้อสติ๊กเกอร์ NewFortunerClubThailand พร้อมหมายเลข NFC ได้ที่นี่!!

ออฟไลน์ New Fortuner Club

  • No.000
  • Administrator
  • สมาชิก 50 ไมล์
  • *
  • สมาชิก ID: 1
  • กระทู้: 72
  • พลังน้ำใจ : 7
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: Bangkok
  • ชื่อเล่น: Admin
    • ดูรายละเอียด
    • All New Fortuner 2015
    • รางวัลและกิจกรรม
  • รางวัลและกิจกรรม สมาชิกกลุ่ม V.I.P. ที่ร่วมประมูลสติ๊กเกอร์เลขสวย หรือร่วมบริจาคให้กับคลับ สมาชิกคลับรุ่น 1
ขออภัย!! กรุณาล๊อกอินเพื่อ เข้าสู่ระบบ หรือทำการ สมัครสมาชิก ก่อนจึงจะแสดงความคิดเห็นได

ออฟไลน์ Lekk

  • สมาชิก 300 ไมล์
  • ********
  • สมาชิก ID: 6295
  • กระทู้: 397
  • พลังน้ำใจ : 4
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: ชลบุรี
  • ชื่อเล่น: เล็ก
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
ขอบคุณสำหรับ review ดีๆ ครับ ว่าแต่รถพี่เพิ่งหมื่นโลถ้าไม่เปลี่ยนน้ำเครื่องที่ศูนย์มันจะหมดประกันหรือเปล่าครับ?

แต่ของผมก็ทำที่ศูนย์แต่หิ้ว นมค. ไปเอง

ออฟไลน์ vyuth

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 19646
  • กระทู้: 7
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: Rayong
  • ชื่อเล่น: ตุ๋ย
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
ตอนนี้น้ำมันเค้าแยกบริษัทกะแม่ ptt อะสิ บัตรเดิมที่เคยซื้อครึ่งราคาปั้มบอกว่ายกเลิกแล้วใช้ไม่ได้

ออฟไลน์ vyuth

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • สมาชิก ID: 19646
  • กระทู้: 7
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: Rayong
  • ชื่อเล่น: ตุ๋ย
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
เรื่อ runin นิดนึงคับ การผลิตชิ้นส่วนต้องมีการกลึง ใส ต้ด เจาะคว้าน ด้วยแมชชีนซึ่งเดี๋ยวนี้มีความละเอียดสูงมาก(เครื่อง cnc) งานพวกนี้เป็นแมคคานิค ธรรมชาติของแมคคานิคยังคงอยู่เป็นฟิสิคอลของมันแต่จะน้อยลงด้วยเทคโนโลยี่ เศษโลหะที่เกิดจากงานแม้ทำความสะอาดแล้วก็ยังคงอยู่แม้เล็กน้อยขนาดฝุ่นผงก็จะเป็นแซนบลาสหรือกระดาษทราย ฝีมือของแต่ละคนก็มีผล ดังนั้นการทำรันอินช่วงการใช้งานแรกๆของอุปกรณ์ที่เป็นแมคคานิคยังมีความจำเป็นการถ่ายน้ำมันและเปลี่ยนใส้กรองคือการเอาปาติเคิลเศษเล็กเศษน้อยออกจากระบบ
การรันอินเป็นสิ่งน่ารำคาญกับผู้ใช้ บริษทไม่อยากขัดเคืองกันก็หาเทคนิคใหม่ในการสร้างและมันไม่ทำให้พังในทันทีทันใดแต่จะมีผลต่ออายุการใช้งานในระยะยาว ผู้ใช้จึงคาดว่าปกติจากการใช้งานและถ้าเกิดปัญหามันก็นานจนลืมจนเกินระยะเวลารับประกัน ดังนั้นถ้าจะใช้ยาวๆที่ได้กำลังเต็มๆควรทำรันอิน ถ้าใช้สามปีห้าปีขายทิ้งเกิดอะไรเป็นเรื่องของคนซื้อต่อบ่เป็นหยังดอกคับผม


สั่งซื้อสติ๊กเกอร์ NewFortunerClubThailand พร้อมหมายเลข NFC ได้ที่นี่!!


Tags: