ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
สมัครสมาชิกคลับ!! | กฏกติกามารยาท | กฏระเบียบห้องซื้อขาย-ร้านค้า
ช่องทางสำรองในการติดต่อสื่อสาร เฟสกลุ่ม อย่าลืมแอ๊ดกันไว้ด้วยนะครับ >> http://www.facebook.com/groups/NewFortunerClubThailand/ประกาศ!! แจ้งเปลี่ยนแปลงวิธีการโพสตั้งกระทู้ใหม่
สมาชิกใหม่ต้องทำการตอบกระทู้ หรือคอมเม้นท์ให้ครบ 3 โพสก่อน จึงจะเริ่มตั้งกระทู้ใหม่ได้


สั่งซื้อสติ๊กเกอร์ NewFortunerClubThailand พร้อมหมายเลข NFC ได้ที่นี่!!

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - Mcompact

หน้า: [1] 2
1
- ACTIVE CASES คือ  ผู้ป่วยที่ยังอยู่ในขั้นตอนการรักษา

ผู้ป่วยขั้นไม่ร้ายแรง 42,759 คน

ผู้ป่วยขั้นร้ายแรง 5,747 คน

- CLOSED CASES คือ ผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการรักษาแล้ว

ผู้ป่วยที่หายแล้ว 66,583 คน

เสียชีวิต 4,300 คน

ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตมาที่สุดคือสาธารณะรัฐประชาชนจีน คือ 80,785 เสียชีวิต 3,158  โดยถือว่าเป็นประเทศต้นตอของไวรัส เริ่มเกิดขึ้นครั้งแรกในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย เมื่อช่วงกลางเดือนธันวาคม 2019 ซึ่งเป็นช่วงฤดูหนาว

2

    โคโรน่า เป็นภาษาละติน แปลว่า "มงกุฎ" เพราะไวรัสมีลักษณะเป็นรูปมงกุฎ

ไม่ใช่ครั้งแรกที่โลกที่ค้นพบไวรัสโคโรน่า เพราะ  “ไวรัสโคโรน่า” เป็นไวรัสที่จัดอยู่ในวงศ์ที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาไวรัสทั้งหมด ถูกพบครั้งแรกในช่วงปี 1960 โดยผู้ที่ได้รับเชื้อ ณ เวลานั้นจะมีอาการคล้ายไข้หวัดทั่วไป ไม่ได้มีอาการรุนแรงมาก

“โคโรน่า” ในภาษาละตินมีความหมายว่ามงกุฎ เนื่องจากเมื่อส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนจะเห็นว่าไวรัสชนิดนี้มีลักษณะคล้ายมงกุฎ โดยเปลือกหุ้มด้านนอกประกอบด้วยโปรตีนคลุมด้วยกลุ่มคาร์โบไฮเดรตเป็นมีลักษณะปุ่มๆ ยื่นออกไปจากอนุภาคไวรัส

ไวรัสโคโรน่าเป็นไวรัสที่สามารถกลายพันธุ์ได้ง่าย เนื่องจากมีสารพันธุกรรมชนิด RNA ดังนั้นเชื้อจึงมีการพัฒนาตัวเองตลอดเวลาทำให้การรับมืออาจทำได้ยาก ไวรัสโคโรน่ามีหลากหลายชนิด บางชนิดทำให้เกิดอาการไข้หวัดธรรมดา แต่บางชนิดก็มีความรุนแรงและสามารถแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว

เชื้อก่อโรค coronavirus สายพันธุ์ใหม่ เชื้อไวรัสนี้มีชื่อเฉพาะว่า 2019-nCoV เป็นไวรัสในลำดับที่ 7 ของไวรัสตระกูล coronaviruses lineage B, จีนัส betacoronavirus, โดยมียีนที่ส่วนหนึ่งที่ตรงกับค้างคาว ดังนั้นจึงมีการสันนิษฐานว่าอาจจะเกิดมาจากพฤติกรรมการบริโภคค้างคาว

3
สำหรับวิกฤติการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ซึ่งยังคงเป็นปัญหาใหญ่ของหลายประเทศทั่วโลกในขณะนี้ โดยแม้ว่า สถานการณ์โรคในจีน จะเริ่มพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลง โดยถือเป็นเรื่องดีที่อยู่ในเรื่องร้ายตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา แต่สำหรับสถานการณ์โรคโควิด-19 ในประเทศไทยซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในเฟส 2 นั้น ปัจจุบัน ต่างกำลังรอลุ้นว่าจะเข้าเฟส 3 หรือไม่

ถึงแม้ไวรัสไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ จะเป็นตัวร้ายที่เราต้องจัดการ แต่ต้องยอมรับว่าวิกฤตครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนราคาแพงทั้งในเชิงโรคระบาดวิทยา พฤติกรรมการรับบริโภคอาหาร การรักษาความสะอาดในส่วนรวม และมาตรการการจัดการโรคละบาดในประเทศต่างๆ

นอกจากตัวเลขผู้ติดเชื้อ จำนวนผู้เสียชีวิต หรืออาการเบื้องต้นหลังได้รับเชื้อแล้ว ยังมีข้อมูลแวดล้อมอื่นที่น่าสนใจเช่นเดียวกัน "กรุงเทพธุรกิจออนไลน์" จึงสรุปรวมฉบับรวบรัดเพื่อให้ทำความเข้าใจโรคนี้เบื้องต้นและป้องกันไปด้วยกัน

4

การให้นมลูกขณะที่แม่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า ปลอดภัยหรือไม่

แม่ทุกคนที่อยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหรือมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและมีอาการไอ มีไข้ หรือหายใจลำบาก ควรรีบไปพบแพทย์ พร้อมทั้งปฏิบัติตามคำแนะนำจากแพทย์ 

เมื่อคำนึงถึงประโยชน์ของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และการที่น้ำนมแม่ไม่ได้เป็นส่วนสำคัญในการแพร่เชื้อไวรัสทางเดินหายใจชนิดอื่น ๆ  แม่จึงสามารถให้นมลูกต่อไปได้โดยปฏิบัติตามข้อควรระวังที่จำเป็นทั้งหมด

สำหรับแม่ที่มีอาการ แต่แข็งแรงพอที่จะให้นมลูกได้ แม่จะต้องสวมหน้ากากเมื่ออยู่ใกล้ลูก (รวมถึงระหว่างให้นมลูก) ล้างมือก่อนและหลังสัมผัสกับลูก (และขณะให้นมลูก) รวมทั้งทำความสะอาด/ฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ปนเปื้อน โดยปฏิบัติเช่นเดียวกับกรณีผู้ที่ป่วยหรือสงสัยว่าติดเชื้อโควิด-19 มีการติดต่อสัมผัสกับผู้อื่นรวมถึงเด็ก 

หากแม่ป่วยเกินกว่าจะให้นมได้ ควรปั๊มนมและให้ลูกดื่มผ่านถ้วยและ/หรือช้อนที่สะอาด โดยปฏิบัติตามวิธีป้องกันการติดเชื้อแบบเดียวกัน

5
สตรีมีครรภ์ถ่ายทอดไวรัสไปยังเด็กในครรภ์ได้หรือไม่

ในเวลานี้ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่รระบุว่า เชื้อไวรัสจะถูกถ่ายทอดจากแม่สู่ลูกขณะตั้งครรภ์หรือไม่ หรือส่งผลกระทบใดต่อลูกในครรภ์ ซึ่งยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ สตรีมีครรภ์จึงควรปฏิบัติตามข้อควรระวังต่าง ๆ เพื่อป้องกันตนเองจากการสัมผัสเชื้อไวรัส และไปพบแพทย์แต่เนิ่น ๆ หากมีอาการผิดปกติ เช่น มีไข้ ไอ หรือหายใจลำบาก

6
วิธีล้างมือที่ถูกต้อง

    ขั้นตอนที่ 1: ล้างมือให้เปียกด้วยน้ำที่ไหลจากก๊อก
    ขั้นตอนที่ 2: ถูมือด้วยสบู่ในปริมาณที่มากเพียงพอ
    ขั้นตอนที่ 3: ถูมือให้ทั่ว รวมทั้งหลังมือ ซอกนิ้ว และใต้เล็บ เป็นเวลาอย่างน้อย 20 วินาที
    ขั้นตอนที่ 4:ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำที่ไหลจากก๊อก
    ขั้นตอนที่ 5: เช็ดมือให้แห้งด้วยผ้าสะอาดหรือกระดาษที่ใช้แล้วทิ้ง

7

ฉันควรให้ลูกหยุดเรียนหรือไม่

หากลูกมีอาการ ควรพาลูกไปพบแพทย์ และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ หรือปฏิบัติตัวเช่นเดียวกับการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจอื่น ๆ เช่นไข้หวัดใหญ่ คือให้ลูกพักผ่อนที่บ้านขณะที่มีอาการ และหลีกเลี่ยงการไปยังสถานที่สาธารณะเพื่อป้องกันการแพร่กระจายไปยังผู้อื่น 

กรณีที่ลูกของคุณไม่ได้มีอาการใด ๆ เช่น มีไข้หรือไอ และหากไม่มีการประกาศ คำเตือน หรือคำแนะนำด้านสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นทางการ ที่ส่งผลกระทบต่อโรงเรียน เด็กควรไปเรียนหนังสือตามปกติ

คุณควรสอนเด็กให้ปฏิบัติตามหลักสุขอนามัยในการดูแลความสะอาดของมือและด้านทางเดินหายใจ ไม่ว่าจะเป็นที่โรงเรียนหรือสถานที่อื่น ๆ เช่นการล้างมือบ่อย ๆ (ดูด้านล่าง) ไอหรือจามลงบนข้อพับแขนด้านในหรือบนกระดาษทิชชูแล้วทิ้งลงในถังขยะที่มีฝาปิด ตลอดจนไม่สัมผัสตา ปาก หรือจมูกของตนหากยังไม่ได้ล้างมืออย่างถูกวิธี

8
ฉันควรทำอย่างไร เมื่อสมาชิกครอบครัวแสดงอาการ

หากคุณหรือลูกมีไข้ ไอ หรือหายใจลำบาก ควรไปพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ คุณควรแจ้งผู้ให้บริการด้านสุขภาพทราบล่วงหน้าหากคุณได้เดินทางไปยังพื้นที่ที่มีรายงานการพบผู้ป่วยโรคโควิด-19 หรือมีการติดต่อใกล้ชิดกับผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เหล่านั้นและมีอาการทางระบบทางเดินหายใจ

9
ฉันควรทำอย่างไรหากลูกมีอาการของโรคโควิด-19

คุณควรไปพบแพทย์ อย่างไรก็ดี ช่วงนี้เป็นฤดูไข้หวัดใหญ่ในซีกโลกเหนือ และอาการของโรคโควิด-19 เช่นไอหรือมีไข้นั้นคล้ายคลึงกับอาการของโรคไข้หวัดธรรมดาหรือโรคไข้หวัดใหญ่ซึ่งพบบ่อยกว่ามาก

ล้างมือเป็นประจำ และปฏิบัติตามหลักสุขอนามัยเกี่ยวกับทางเดินหายใจ และนำบุตรหลานไปฉีดวัคซีนให้ครบถ้วน เพื่อป้องกันเชื้อไวรัสชนิดอื่น ๆ และแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคต่าง ๆ

และเช่นเดียวกับการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจอื่น ๆ เช่นไข้หวัดใหญ่ เมื่อคุณหรือลูกมีอาการเหล่านี้ ควรรีบไปพบแพทย์ และหลีกเลี่ยงการไปยังสถานที่สาธารณะ (ที่ทำงาน โรงเรียน ขนส่งสาธารณะ) เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น

10
โควิด-19 มีผลกระทบต่อเด็กหรือไม่

โควิด-19 เป็นไวรัสชนิดใหม่ที่เรายังมีข้อมูลไม่มากพอถึงผลกระทบของเชื้อไวรัสชนิดนี้ที่มีต่อเด็กหรือสตรีมีครรภ์ เราทราบว่ามีความเป็นไปได้ที่คนทุกช่วงวัยสามารถติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ได้ แต่จนถึงปัจจุบันนี้ก็มีรายงานการติดเชื้อโควิด-19ในเด็กเพียงไม่กี่ราย ทั้งนี้มีผู้ป่วยเสียชีวิตจากไวรัสชนิดนี้น้อยมาก โดยส่วนใหญ่มักเป็นผู้สูงอายุที่มีอาการป่วยอื่น ๆ อยู่ก่อนแล้ว

11

ฉันควรสวมหน้ากากอนามัยหรือไม่

คุณควรสวมหน้ากากอนามัยหากมีอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ (ไอหรือจาม) เพื่อเป็นการปกป้องผู้อื่น ส่วนผู้ที่ไม่มีอาการใด ๆ  ไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัย

ในกรณีที่ต้องสวมหน้ากากอนามัย คุณควรสวมให้ถูกต้องเพื่อประสิทธิภาพในการใช้งาน และถอดทิ้งอย่างถูกวิธีเพื่อหลีกเลี่ยงการเพิ่มความเสี่ยงของการแพร่เชื้อไวรัส และล้างมือให้สะอาดหลังถอดหน้ากากทิ้งด้วย

นอกจากนี้ ควรคำนึงว่าการใช้หน้ากากอนามัยเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะหยุดการติดเชื้อได้ แต่ต้องใช้ร่วมกับการล้างมือบ่อย ๆ ระมัดระวังขณะไอหรือจาม พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการคล้ายหวัดหรือไข้หวัดใหญ่  (ไอ จาม มีไข้)

12

ฉันจะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้อย่างไร

ข้อควรปฏิบัติ 4 ประการ เพื่อป้องกันตนเองและครอบครัวจากการติดเชื้อ 

 1   ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือทำความสะอาดด้วยเจลล้างมือที่ผสมแอลกอฮอล์
 2   ปิดปากและจมูกขณะไอหรือจาม โดยไอหรือจามลงใส่ข้อพับแขนด้านในหรือบนกระดาษทิชชู และทิ้งกระดาษที่ใช้แล้วลงในถังขยะที่มีฝาปิด และล้างมือให้สะอาด
 3   หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการคล้ายหวัดหรือไข้หวัดใหญ่
 4   ไปพบแพทย์หากมีไข้ ไอ หรือรู้สึกหายใจลำบาก


13

โรคไวรัสโคโรน่ามีอาการอย่างไร

อาการของโรคที่มีรายงาน ได้แก่ มีไข้ ไอ และหายใจหอบ ในรายที่มีอาการรุนแรงอาจมีโรคปอดอักเสบ หรือหายใจลำบากร่วมด้วย และอาจถึงขั้นเสียชีวิตแต่พบไม่บ่อยนัก

อาการดังกล่าวมีลักษณะคล้ายกับโรคไข้หวัดใหญ่ หรือโรคหวัดธรรมดาซึ่งพบได้บ่อยกว่าโควิด-19 และนี่คือเหตุผลที่จะต้องทำการทดสอบเพื่อยืนยันว่าผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 หรือไม่ ทั้งนี้ โรคเหล่านี้ใช้หลักเดียวกันในการป้องกัน นั่นก็คือการล้างมือบ่อย ๆ และดูแลสุขอนามัยทางเดินหายใจ (ไอ-จามใส่ข้อพับแขนด้านใน หรือบนกระดาษทิชชูและทิ้งลงในถังขยะที่มีฝาปิด)  ปัจจุบันนี้มีวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่แล้ว คุณและลูกจึงควรได้รับวัคซีนอย่างครบถ้วนอยู่เสมอ

14
เชื้อไวรัสโควิด-19 แพร่กระจายได้อย่างไร

เชื้อไวรัสถ่ายทอดผ่านการสัมผัสโดยตรงกับฝอยละออง (Droplet) จากลมหายใจของผู้ติดเชื้อ (ที่เกิดจากการไอและจาม) การสัมผัสพื้นผิวที่มีเชื้อไวรัสปนเปื้อน ไวรัส COVID-19 อาจอยู่รอดบนพื้นผิวเป็นเวลาหลายชั่วโมง แต่ก็ถูกทำลายได้ด้วยสารฆ่าเชื้อทั่วไป

15
ไวรัสโคโรน่า ‘สายพันธุ์ใหม่’ คืออะไร

Severe acute respiratory syndrome coronavirus (SARs-CoV-2) คือเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่

โรคที่มีสาเหตุจากเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ซึ่งพบเป็นครั้งแรกในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน มีชื่อว่า โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ โควิด-19 (COVID-19) – ‘CO’ มาจากคำว่า Corona, ‘VI’ มาจาก Virus, และ ‘D’ มาจาก Disease ที่แปลว่า ‘โรค’ โดยก่อนหน้านี้เราเอ่ยถึงโรคดังกล่าวว่า ‘โรคไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019’ หรือ ‘2019-nCoV’

ไวรัสโควิด-19 เป็นไวรัสชนิดใหม่ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับตระกูลของไวรัสที่เป็นต้นเหตุของโรคซาร์ส (Severe Acute Respiratory Syndrome – SARS) หรือโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง รวมทั้งโรคหวัดธรรมดาบางประเภท

หน้า: [1] 2